ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ

ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงการเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะเดินทางมา เนื่องจากจีนกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตก โดยนครเฉิงตูถูกกำหนดให้เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของภูมิภาค

นายศุภชัยกล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันตกของจีนมีความเชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะลาวและไทย ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นเสมือน Gateway หรือประตูเข้าสู่ประเทศจีน การที่ BOI เปิดสำนักงานที่นครเฉิงตู จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนจากประเทศไทยและอาเซียน ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เป็นประตูสู่อาเซียน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ จึงเป็นการเชื่อมโยง "สองประตู" เข้าด้วยกัน

สรุปข่าว

ศุภชัย เจียรวนนท์ ระบุการเปิดสำนักงาน BOI ที่นครเฉิงตู เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมเศรษฐกิจไทย-จีน ชี้ไทยและจีนเป็น Gateway เชื่อมสองภูมิภาค พร้อมย้ำไทยมีจุดแข็งด้านทำเล มาตรการส่งเสริมการลงทุน และเป็นโอกาสสำคัญที่เกิดขึ้นครั้งใหญ่ในการดึงดูดการลงทุนระหว่างสองประเทศ

ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงการเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะเดินทางมา เนื่องจากจีนกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตก โดยนครเฉิงตูถูกกำหนดให้เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของภูมิภาค

นายศุภชัยกล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันตกของจีนมีความเชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะลาวและไทย ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นเสมือน Gateway หรือประตูเข้าสู่ประเทศจีน การที่ BOI เปิดสำนักงานที่นครเฉิงตู จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนจากประเทศไทยและอาเซียน ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เป็นประตูสู่อาเซียน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ จึงเป็นการเชื่อมโยง "สองประตู" เข้าด้วยกัน

พร้อมกันนี้ นายศุภชัยระบุว่า ประเทศจีนมีความเข้มแข็งในเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ทั้ง EV, พลังงานสะอาด, Data Center, AI, e-commerce และ Digital Banking ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างมาก อีกทั้งเศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่ โดย 30 มณฑลเปรียบเสมือน 30 ประเทศที่อยู่ในประเทศเดียวกัน ต่างเรียนรู้และแข่งขันซึ่งกันและกัน

สำหรับมณฑลเสฉวน นายศุภชัยกล่าวว่า มีความโดดเด่นทั้งด้าน AI, EV, อุตสาหกรรมอากาศยาน และโลจิสติกส์ รวมถึงได้รับการวางให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและวัฒนธรรมด้านอาหารของจีน อีกทั้งยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย

นายศุภชัยกล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการดึงดูดการลงทุนจากจีน เนื่องจากอุตสาหกรรมที่มาตั้งฐานในไทยสามารถเข้าถึงตลาดอาเซียนได้ เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ประกอบกับคนไทยมีความเปิดกว้าง ยอมรับทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา มีหลักธรรมาภิบาล และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งของประเทศไทย

นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเอง ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นและพันธะสัญญาของประเทศไทย ขณะที่ BOI เปิดสำนักงานที่นครเฉิงตู จะช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยและจีน ทั้งในมุมที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจจีน และจีนเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจไทยและอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง

นายศุภชัยกล่าวย้ำว่า "นี่คือโอกาสที่ 100 ปี มีครั้งหนึ่ง" และประเทศไทยต้องใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการเข้าไปลงทุนในประเทศจีน และการชักชวนนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

สำหรับบทบาทของเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายศุภชัยกล่าวว่า เครือฯ ลงทุนอยู่ในเกือบทุกมณฑลของจีน หรือประมาณ 30 มณฑล และมีประวัติการลงทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1979 โดยเฉพาะธุรกิจด้านเกษตรและอาหาร ทำให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งรัฐบาลท้องถิ่น แนวทางการดำเนินธุรกิจ และตลาดผู้บริโภคของจีน

ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว เครือเจริญโภคภัณฑ์พร้อมให้ความร่วมมือ ให้คำแนะนำ หรือร่วมเป็นพันธมิตรกับนักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนในประเทศจีน ขณะเดียวกันก็พร้อมเชิญชวนนักลงทุนจีนที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานสู่ตลาดอาเซียน และจะพยายามทำหน้าที่ดังกล่าวให้ดีที่สุด

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์