Nike (ไนกี้) แบรนด์กีฬาระดับโลกของสหรัฐฯ กำลังเผชิญสัญญาณถดถอยครั้งสำคัญในตลาดทุน หลัง S&P Dow Jones Indices ประกาศถอดหุ้นไนกี้ออกจากดัชนี S&P 100 โดยจะมีผลก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการในวันที่ 21 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับองค์ประกอบดัชนีประจำไตรมาส
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่า ไนกี้ต้องออกจากกลุ่มหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลังอยู่ในดัชนีมานานเกือบ 18 ปี นับตั้งแต่ปลายปี 2008
บริษัทที่ถูกถอดออกพร้อมกับไนกี้ ได้แก่ ฮันนีเวลล์ แอโรสเปซ, ไซมอน พร็อพเพอร์ตี กรุ๊ป และคอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ขณะที่หุ้นเทคโนโลยี 4 บริษัท ได้แก่ เดลล์ เทคโนโลยีส์, พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์, อริสตา เน็ตเวิร์กส์ และแซนดิสก์ จะถูกเพิ่มเข้ามาแทน S&P Dow Jones Indices
อย่างไรก็ตาม ไนกี้ไม่ได้ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก และยังคงเป็นสมาชิกของดัชนี S&P 500 นักลงทุนจึงยังซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ แต่กองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 100 จะต้องปรับพอร์ตตามองค์ประกอบใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มแรงขายในระยะสั้น
สรุปข่าว
Nike (ไนกี้) แบรนด์กีฬาระดับโลกของสหรัฐฯ กำลังเผชิญสัญญาณถดถอยครั้งสำคัญในตลาดทุน หลัง S&P Dow Jones Indices ประกาศถอดหุ้นไนกี้ออกจากดัชนี S&P 100 โดยจะมีผลก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการในวันที่ 21 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับองค์ประกอบดัชนีประจำไตรมาส
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่า ไนกี้ต้องออกจากกลุ่มหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลังอยู่ในดัชนีมานานเกือบ 18 ปี นับตั้งแต่ปลายปี 2008
บริษัทที่ถูกถอดออกพร้อมกับไนกี้ ได้แก่ ฮันนีเวลล์ แอโรสเปซ, ไซมอน พร็อพเพอร์ตี กรุ๊ป และคอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ขณะที่หุ้นเทคโนโลยี 4 บริษัท ได้แก่ เดลล์ เทคโนโลยีส์, พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์, อริสตา เน็ตเวิร์กส์ และแซนดิสก์ จะถูกเพิ่มเข้ามาแทน S&P Dow Jones Indices
อย่างไรก็ตาม ไนกี้ไม่ได้ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก และยังคงเป็นสมาชิกของดัชนี S&P 500 นักลงทุนจึงยังซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ แต่กองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 100 จะต้องปรับพอร์ตตามองค์ประกอบใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มแรงขายในระยะสั้น
ราคาหุ้นไนกี้ ณ วันที่ 4 กันยายน ปิดที่ 38 ดอลลาร์ 40 เซนต์ ลดลงเกือบร้อยละ 1 และทำให้มูลค่าตลาดเหลือประมาณ 56,900 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.8 ล้านล้านบาท ราคาหุ้นลดลงประมาณ 3 ใน 4 จากจุดสูงสุดในปี 2021 ส่งผลให้มูลค่ากิจการหายไปมากกว่า 220,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 7 ล้านล้านบาท
ปัญหาของไนกี้ไม่ได้เกิดจากตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของธุรกิจ ทั้งการผลักดันช่องทางขายตรงถึงผู้บริโภค หรือ DTC อย่างรวดเร็ว จนความสัมพันธ์กับร้านค้าปลีกและตัวแทนจำหน่ายอ่อนแอลง ขณะเดียวกัน การพึ่งพารองเท้ารุ่นคลาสสิกและการแข่งขันจากแบรนด์อย่าง อันต้า, หลี่หนิง, โฮก้า และออน ยังเพิ่มแรงกดดันต่อส่วนแบ่งตลาด
ปีงบประมาณ 2026 ไนกี้มีรายได้ 46,400 ล้านดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อคิดตามตัวเลขรายงาน แต่ลดลงร้อยละ 2 หากไม่นับผลจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนรายได้ในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงร้อยละ 11 เหลือประมาณ 5,850 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้จากช่องทาง Nike Direct ลดลงร้อยละ 6
จากนี้ ไนกี้ต้องเร่งฟื้นความสัมพันธ์กับร้านค้าส่ง ลดสินค้าคงคลังและการลดราคา พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์แต่ละตลาดมากขึ้น การหลุดจาก S&P 100 จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรายชื่อหุ้นในดัชนี แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า หนึ่งในแบรนด์กีฬาทรงอิทธิพลที่สุดของโลกกำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ในการเรียกคืนทั้งยอดขาย ความนิยม และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ที่มาข้อมูล : https://finance.biggo.com/news/970678a9-bc7b-4a04-92af-fcd3acea8b30
ที่มารูปภาพ : -
