
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities"
โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ คือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ด้วย
สรุปข่าว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities"
โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ คือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ด้วย
ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1.ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับบริษัทใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ (Special Track) สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
2.ปรับเกณฑ์การเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO) สำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีการระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถใช้เกณฑ์ Secondary Listing ได้ สอดคล้องกับความจำเป็นในการระดมทุนของบริษัทในกลุ่มนี้ โดยยังคงสัดส่วนหุ้นของบริษัทต่างประเทศให้มีปริมาณการซื้อขายและมีสภาพคล่องที่เพียงพอในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้ บริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ใน Unrecognized Country1/ ยังคงต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นเดียวกับบริษัทไทย ทั้งด้านคุณภาพ ฐานะการเงิน ผลประกอบการ รวมถึงการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ปัจจุบัน
และ 3.ปรับปรุงเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Silent Period) ทั้งด้านสัดส่วนและระยะเวลาของ Silent Period สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยยังคงกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ต้องถือหุ้นในบริษัทต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน
ทั้งนี้ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Economy) ได้แก่
สำหรับ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/circulars ภายใต้หัวข้อ “กฎเกณฑ์/การกำกับ” และ “กฎเกณฑ์ - หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน” เรื่อง “การปรับปรุงเกณฑ์เพื่อดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”
- ยอดส่งเสริมลงทุน ทะลุ 1.4 ล้านลบ. BOI ระบุดิจิทัล-AI หนุนขยายตัว
- นายกฯ ปลื้ม 4 บิ๊กเทคจีน ขยายลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ดัน R&D
- BOI เปิดสำนักงานเฉิงตู ซีพีชู 50 ปีบนแผ่นดินจีน ปูทางลงทุนสู่เสฉวน
- ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ
- ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน
ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ที่มารูปภาพ : ตลาดหลักทรัพย์ฯ
