ไม่ได้มีแค่ภาคเอกชนที่ชะลอการรับคนใหม่ แต่ตอนนี้ภาครัฐไทยเองก็เริ่มปรับโครงสร้างกำลังคนครั้งใหญ่เช่นกันจากเดิมที่หลายคนมองว่า การทำงานราชการคือเส้นทางอาชีพที่มั่นคง แต่จากแนวทางล่าสุดของรัฐบาล กำลังสะท้อนว่า ภาครัฐเองก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับภาระงบประมาณและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป
ทำให้ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ
สาระสำคัญ คือ การชะลอการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี โดยให้หน่วยงานภาครัฐตรึงอัตรากำลังที่มีอยู่ บริหารตำแหน่งว่าง และบรรจุเท่าที่จำเป็นตามผลการสอบแข่งขันหรือการคัดเลือกเหตุผลสำคัญมาจากโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำมีสัดส่วนสูง ขณะที่ภาครัฐยังมีภารกิจอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการปรับโครงสร้างกำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจ และใช้จ่ายงบด้านบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นมาตรการแรก คือ ให้พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ในระดับปฏิบัติการและชำนาญการ ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2024 ยกเว้นตำแหน่งที่ประกาศรับสมัครไปแล้ว และให้รายงานผลภายในธันวาคมปีนี้ พูดง่ายๆ คือ ตำแหน่งที่ว่าง ไม่มีคนทำงาน และไม่มีการเบิกจ่ายเงินเดือนมานาน จะถูกนำมาพิจารณาว่าไม่จำเป็นต้องเก็บตำแหน่งนั้นไว้อีกต่อไป
สรุปข่าว
ไม่ได้มีแค่ภาคเอกชนที่ชะลอการรับคนใหม่ แต่ตอนนี้ภาครัฐไทยเองก็เริ่มปรับโครงสร้างกำลังคนครั้งใหญ่เช่นกันจากเดิมที่หลายคนมองว่า การทำงานราชการคือเส้นทางอาชีพที่มั่นคง แต่จากแนวทางล่าสุดของรัฐบาล กำลังสะท้อนว่า ภาครัฐเองก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับภาระงบประมาณและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป
ทำให้ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ
สาระสำคัญ คือ การชะลอการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี โดยให้หน่วยงานภาครัฐตรึงอัตรากำลังที่มีอยู่ บริหารตำแหน่งว่าง และบรรจุเท่าที่จำเป็นตามผลการสอบแข่งขันหรือการคัดเลือกเหตุผลสำคัญมาจากโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำมีสัดส่วนสูง ขณะที่ภาครัฐยังมีภารกิจอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการปรับโครงสร้างกำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจ และใช้จ่ายงบด้านบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นมาตรการแรก คือ ให้พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ในระดับปฏิบัติการและชำนาญการ ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2024 ยกเว้นตำแหน่งที่ประกาศรับสมัครไปแล้ว และให้รายงานผลภายในธันวาคมปีนี้ พูดง่ายๆ คือ ตำแหน่งที่ว่าง ไม่มีคนทำงาน และไม่มีการเบิกจ่ายเงินเดือนมานาน จะถูกนำมาพิจารณาว่าไม่จำเป็นต้องเก็บตำแหน่งนั้นไว้อีกต่อไป
มาตรการที่สอง คือ ตำแหน่งข้าราชการที่ว่างลงจากการเกษียณในปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป เดิมจะจ้างงานรูปแบบอื่นก็จะพิจารณายุบตำแหน่ง และไม่หาทดแทนในช่วงปีงบประมาณ 2571 ถึง 2575 แต่มีข้อยกเว้นสำหรับบางสายงานที่จำเป็น เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ
อีกเรื่องที่กระทบโดยตรงคือ สายงานสนับสนุน 11 สายงาน ซึ่งภาครัฐมองว่าไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานแบบข้าราชการทั้งหมดเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป จะทยอยยุบตำแหน่ง และพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นเข้ามาทดแทน
ในกลุ่มนี้มีทั้ง เจ้าพนักงานธุรการในราชการบริหารส่วนกลาง เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เจ้าพนักงานสื่อสาร เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา เจ้าพนักงานห้องสมุด นายช่างขุดลอก นายช่างพิมพ์ นายช่างภาพ นายช่างศิลป์ บรรณารักษ์ และผู้ประกาศและรายงานข่าว ทีเพียง บรรณารักษ์ในกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นข้อยกเว้น
ไม่ใช่แค่เรื่องลดคนการปฏิรูปครั้งนี้ยังครอบคลุมมาตรการอื่นด้วย ทั้งการพิจารณาเกษียณอายุก่อนกำหนด การชะลอการกำหนดตำแหน่งระดับสูง การสนับสนุนการจ้างเหมาบริการ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการปรับโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานรวมถึงการพิจารณาปรับปรุงระบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้น ภาพของการทำงานราชการในอนาคตอาจกำลังเปลี่ยนไปจากระบบที่เน้นการเพิ่มอัตรากำลังตามตำแหน่งเดิม ไปสู่ระบบที่เน้นว่า ตำแหน่งไหนจำเป็น ตำแหน่งไหนไม่จำเป็น และงานไหนสามารถใช้เทคโนโลยีหรือรูปแบบการจ้างงานอื่นเข้ามาทดแทนได้ พูดให้เห็นภาพก็คือ ไม่ใช่แค่เอกชนที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนรับคนใหม่แต่ภาครัฐเองก็กำลังเข้าสู่ยุคที่ “ทุกตำแหน่งต้องตอบให้ได้ว่าจำเป็นแค่ไหน
ปัจจุบันไทยมีกำลังคนภาครัฐประมาณ 3 ล้านคน แบ่งเป็นข้าราชการ 1.75 ล้านคน และกำลังคนประเภทอื่น 1.24 ล้านคน หรือเฉลี่ยกำลังคนภาครัฐ 1 คนต่อประชากร 22 คน การเดินหน้าปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ยังถือเป็นเงื่อนไขส่วนหนึ่งในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2028 ซึ่งความคืบหน้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 25%
ด้าน ก.พ.ร. พบว่า ในภูมิภาคมีส่วนราชการประมาณ 10,010 หน่วยงาน และ อปท. 7,842 หน่วยงาน มีบุคลากรภาครัฐปฏิบัติงานรวมกว่า 438,470 คน ซึ่งบางส่วนมีภารกิจซ้ำซ้อนกัน และอาจทำให้ประชาชนสับสนในการติดต่อราชการจึงมีข้อเสนอให้ทบทวนโครงสร้างและภารกิจของหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “ลดคน” แต่คือการทำให้ภาครัฐมีขนาดเหมาะสม ใช้งบประมาณคุ้มค่า และนำกำลังคนไปทำงานที่จำเป็นต่อประชาชนมากที่สุด
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ขณะที่การเพิ่มจำนวนแรงงานใหม่ทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆโจทย์ของเศรษฐกิจไทยจึงอาจไม่ใช่แค่การหา “คนเพิ่ม” แต่ต้องทำอย่างไรให้ “คนที่มีอยู่ทำงานได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกมองว่าจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์นี้ คือ AI แต่การใช้ AI ในวันนี้ อาจยังไม่เพียงพอ หากยังจำกัดอยู่แค่การให้พนักงานใช้ช่วยเขียนอีเมล สรุปรายงาน หรือค้นหาข้อมูลเพราะหากต้องการให้ AI สร้างผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง AI จะต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานทั้งองค์กร
“สรุจ ทิพเสนา” Country Manager คนใหม่ของ Google Cloud ประเทศไทย มองว่า หากประเทศไทยนำ AI มาใช้อย่างเหมาะสม เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างอาชีพใหม่ให้กับประเทศปัจจุบันหลายคนรู้จัก “Gemini” ในฐานะ AI ที่ใช้ในชีวิตประจำวันแต่สิ่งที่ Google Cloud กำลังผลักดัน คือการนำ AI เข้าไปทำงานในระดับองค์กร ผ่าน “Gemini Enterprise” ที่ออกแบบมาให้ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลขององค์กรอย่างปลอดภัย เชื่อมต่อกับระบบเดิม และช่วยให้แต่ละทีมสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ง่ายขึ้น
Google มองว่า AI จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเพิ่มจำนวนแรงงานใหม่ทำได้ยากขึ้นโดย Google ประเมินว่า หากประเทศไทยสามารถนำ AI มาใช้อย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 1.4 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี พร้อมสร้างงานและอาชีพใหม่อีกจำนวนมาก
- “ข้าราชการ” ไม่มั่นคงอีกต่อไป? รัฐชะลอรับ-ยุบงาน ปรับระบบครั้งใหญ่
- ยุบตำแหน่งข้าราชการ 11 สายงาน! ก.พ. แจงชัดปรับรูปแบบจ้าง-ไม่ได้ยกเลิกวิชาชีพ
- ส.ค.นี้ ชง ครม.คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณ วางแผนปรับโครงสร้าง
- สีจิ้นผิง ย้ำไม่ควรมีใครครอบครองเอไอ แต่เพียงผู้เดียว
- ทำไมต้องรื้อระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลราชการ ? ปัญหาคืออะไร ระบบใหม่จะเป็นแบบไหน ?
