
อนาคตของอาชีพ “บรรณารักษ์” ในระบบราชการกำลังได้รับความสนใจ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางบริหารกำลังคนภาครัฐ โดยกำหนดให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงานสนับสนุน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณอายุ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
สายงานที่อยู่ภายใต้แนวทางดังกล่าว ประกอบด้วย งานธุรการ งานประชาสัมพันธ์ งานสื่อสาร งานโสตทัศนศึกษา นายช่างพิมพ์ นายช่างภาพ นายช่างศิลป์ ผู้ประกาศและรายงานข่าว รวมถึงเจ้าพนักงานห้องสมุดและบรรณารักษ์ โดยตำแหน่งบรรณารักษ์มีข้อยกเว้นสำหรับกรมศิลปากร
แนวทางดังกล่าวทำให้เกิดข้อเสนอจากแวดวงห้องสมุด โดยวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน นายกสมาคม ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนแนวทางดังกล่าว
สมาคมมีข้อเสนอสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ ขอให้ทบทวนและชะลอการยุบเลิกตำแหน่งบรรณารักษ์ในปีงบประมาณ 2570 และขอให้มีการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนดำเนินการในระยะต่อไป
สรุปข่าว
อนาคตของอาชีพ “บรรณารักษ์” ในระบบราชการกำลังได้รับความสนใจ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางบริหารกำลังคนภาครัฐ โดยกำหนดให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการใน 11 สายงานสนับสนุน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณอายุ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
สายงานที่อยู่ภายใต้แนวทางดังกล่าว ประกอบด้วย งานธุรการ งานประชาสัมพันธ์ งานสื่อสาร งานโสตทัศนศึกษา นายช่างพิมพ์ นายช่างภาพ นายช่างศิลป์ ผู้ประกาศและรายงานข่าว รวมถึงเจ้าพนักงานห้องสมุดและบรรณารักษ์ โดยตำแหน่งบรรณารักษ์มีข้อยกเว้นสำหรับกรมศิลปากร
แนวทางดังกล่าวทำให้เกิดข้อเสนอจากแวดวงห้องสมุด โดยวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน นายกสมาคม ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนแนวทางดังกล่าว
สมาคมมีข้อเสนอสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ ขอให้ทบทวนและชะลอการยุบเลิกตำแหน่งบรรณารักษ์ในปีงบประมาณ 2570 และขอให้มีการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนดำเนินการในระยะต่อไป
เหตุผลสำคัญที่สมาคมหยิบยกขึ้นมา คือ “บรรณารักษ์” เป็นวิชาชีพเฉพาะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ความรู้หลายด้าน ตั้งแต่การจัดหมวดหมู่หนังสือและทรัพยากรสารสนเทศ การสืบค้นข้อมูล ไปจนถึงการบริหารจัดการและให้บริการข้อมูลแก่ประชาชน
สมาคมยังระบุว่า กระบวนการพิจารณาแนวทางดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรเข้าสู่วิชาชีพนี้ พร้อมนำเสนอข้อมูลว่า ประเทศไทยมีห้องสมุดมากกว่า 30,000 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นห้องสมุดประชาชนประมาณ 800-900 แห่ง และห้องสมุดในสถาบันอุดมศึกษามากกว่า 150 แห่ง
ขณะที่ สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ว่า แนวทางบริหารกำลังคนดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกภารกิจ ยกเลิกตำแหน่งงาน หรือยกเลิกวิชาชีพ แต่เป็นการปรับรูปแบบการจ้างงานของภาครัฐให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับลักษณะงานมากขึ้น
สำนักงาน ก.พ. ยืนยันด้วยว่า ไม่มีเจตนาให้หน่วยงานภาครัฐยกเลิกห้องสมุด และแนวทางนี้ไม่กระทบข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ส่วนหน่วยงานที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรในสายงานดังกล่าว สามารถพิจารณาจ้างงานในรูปแบบอื่นได้ เช่น พนักงานราชการ หรือการจ้างตามสัญญา
ดังนั้น ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ รูปแบบการบริหารบุคลากรในห้องสมุดภาครัฐหลังปีงบประมาณ 2570 รวมถึงความต่อเนื่องของงานและเส้นทางอาชีพของบุคลากร หากเปลี่ยนจากการบรรจุเป็นข้าราชการไปสู่การจ้างงานรูปแบบอื่น
เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล ขณะที่ในปี 2572 ประเทศไทยยังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมห้องสมุดโลกที่กรุงเทพมหานคร ทำให้ทิศทางการพัฒนาบุคลากรด้านห้องสมุดและสารสนเทศของไทยยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม
- เปิดโลกห้องสมุดยุค AI "บรรณารักษ์" ยังจำเป็นอยู่ไหม?
- “ข้าราชการ” ไม่มั่นคงอีกต่อไป? รัฐชะลอรับ-ยุบงาน ปรับระบบครั้งใหญ่
- ยุบตำแหน่งข้าราชการ 11 สายงาน! ก.พ. แจงชัดปรับรูปแบบจ้าง-ไม่ได้ยกเลิกวิชาชีพ
- ส.ค.นี้ ชง ครม.คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณ วางแผนปรับโครงสร้าง
- ทำไมต้องรื้อระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลราชการ ? ปัญหาคืออะไร ระบบใหม่จะเป็นแบบไหน ?
บรรณาธิการออนไลน์
