
ด่านตรวจอาวุธหน้าประตูโรงเรียน เครื่องสแกนโลหะ การเปิดกระเป๋านักเรียนทีละใบ และการซ้อมหนีจากมือปืนจำลองในอาคารเรียนของตัวเอง กำลังกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของนักเรียนไทย
จุดเริ่มต้นคือเช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เมื่อเกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี เวลาประมาณ 10.00 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นครู 5 คน และมีผู้บาดเจ็บ 23 ราย ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี ของโรงเรียนแห่งนั้นเอง ซึ่งใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรที่เป็นของครอบครัว ก่อนใช้อาวุธทำร้ายตัวเองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนวาระความปลอดภัยในสถานศึกษาของประเทศไทยภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
กระทรวงศึกษาธิการประกาศ 9 มาตรการเร่งด่วน สั่งการให้สถานศึกษาจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 และคณะรัฐมนตรีมีมติยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ
ผลที่ตามมาคือภาพที่เห็นทั่วประเทศในสัปดาห์ถัดมา นั่นคือห้องเรียนที่กลายเป็นสนามซ้อมยุทธวิธี "หนี ซ่อน สู้" (Run–Hide–Fight) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้บรรยายและควบคุมสถานการณ์จำลอง
สรุปข่าว
ด่านตรวจอาวุธหน้าประตูโรงเรียน เครื่องสแกนโลหะ การเปิดกระเป๋านักเรียนทีละใบ และการซ้อมหนีจากมือปืนจำลองในอาคารเรียนของตัวเอง กำลังกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของนักเรียนไทย
จุดเริ่มต้นคือเช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เมื่อเกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี เวลาประมาณ 10.00 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นครู 5 คน และมีผู้บาดเจ็บ 23 ราย ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี ของโรงเรียนแห่งนั้นเอง ซึ่งใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรที่เป็นของครอบครัว ก่อนใช้อาวุธทำร้ายตัวเองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนวาระความปลอดภัยในสถานศึกษาของประเทศไทยภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
กระทรวงศึกษาธิการประกาศ 9 มาตรการเร่งด่วน สั่งการให้สถานศึกษาจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 และคณะรัฐมนตรีมีมติยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ
ผลที่ตามมาคือภาพที่เห็นทั่วประเทศในสัปดาห์ถัดมา นั่นคือห้องเรียนที่กลายเป็นสนามซ้อมยุทธวิธี "หนี ซ่อน สู้" (Run–Hide–Fight) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้บรรยายและควบคุมสถานการณ์จำลอง
"หนี ซ่อน สู้" คืออะไร และทำงานอย่างไร
หนี ซ่อน สู้ หรือ Run–Hide–Fight คือยุทธวิธีสากลสำหรับเอาชีวิตรอดจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธโจมตี (Active Shooter) หลักการสำคัญคือการเรียงลำดับการตัดสินใจ ไม่ใช่การเลือกตามความรู้สึก
ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งควบคุมการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระบุว่า "ถ้าเกิดเหตุ อย่างแรกต้องตั้งสติ และตอบสนองเหตุอย่างมีสติ หลักการ Active Shooter ง่าย ๆ เอาตัวเองออกจากปัญหา หนีถ้าทำได้ เมื่อหนีไม่ได้ เลือกการซ่อน ซ่อนในที่มิดชิด ไม่ส่งเสียง ถ้าสุดท้ายซ่อนไม่ได้ คนร้ายยังมา ท่านต้องสู้ครับ" กล่าว
ในทางปฏิบัติ ขั้น "หนี" คือการออกจากพื้นที่อันตรายทันทีโดยไม่รอสังเกตการณ์ ขั้น "ซ่อน" คือการล็อกประตู ปิดไฟ ปิดเสียงโทรศัพท์ และหลบในมุมที่พ้นแนวประตูหรือหน้าต่าง ส่วนขั้น "สู้" เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อเผชิญหน้าโดยเลี่ยงไม่ได้
รัฐสั่งการอะไรบ้าง
กระทรวงศึกษาธิการประกาศ 9 มาตรการเร่งด่วนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพจิตนักเรียนเป็นประจำ การส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้ผู้เชี่ยวชาญ การเปิด "ศูนย์พิทักษ์สิทธิ" รับแจ้งเหตุและเชื่อมสายด่วนสุขภาพจิต 1323 การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับตำรวจ นโยบาย Zero Tolerance ต่อการกลั่นแกล้ง การคัดกรองบุคคลภายนอกและสิ่งผิดกฎหมายก่อนเข้าสถานศึกษา รวมถึงการขอความร่วมมือสื่อมวลชนป้องกัน Copycat Effect
ถัดมาวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมมาตรการที่มีผลทันที ได้แก่ การกำหนด School Safety Zone การจัดตั้ง Safe Room หรือห้องพักใจสำหรับเยียวยาจิตใจ และการติดตามสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบในช่วง 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติด้านความปลอดภัยของนักเรียน ระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน 2569 และตั้งเป้าจัดทำแผนมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติภายใน 90 วัน
ด่านตรวจอาวุธหน้าโรงเรียน
มาตรการที่ผู้ปกครองและนักเรียนสัมผัสได้เร็วที่สุดคือการตรวจค้นประจำวัน โรงเรียนสารวิทยา กรุงเทพมหานคร เปลี่ยนจากการสุ่มตรวจเป็นการตรวจกระเป๋าและสแกนโลหะนักเรียนทุกคน ครอบคลุมนักเรียน 3,031 คน และครู 150 คน โดยดำเนินการเข้มงวดต่อเนื่อง 1 เดือน พร้อมควบคุมเวลาเปิด-ปิดประตูอาคารเรียน
นายนโรดม นรินทร์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารวิทยา เปิดเผยว่าผลการสุ่มตรวจก่อนหน้านี้ไม่พบอาวุธ พบเพียงบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนน้อย และโรงเรียนได้เชิญวิทยากรจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมาอบรมเรื่องหนี ซ่อน สู้ ให้นักเรียนเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
การซ้อมเปลี่ยนอะไรได้จริงหรือไม่
คำถามที่ตามมาคือการซ้อมหนึ่งครั้งจะช่วยอะไรได้ในวันที่เหตุเกิดขึ้นจริง ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งจัดการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระบุว่า "สิ่งหนึ่งที่ทำให้เด็กรู้และตระหนัก ปีสองปีนี้อาจจะไม่เกิด แต่สักวันหนึ่ง ถ้าเหตุเกิดขึ้นจริง ๆ เขาสามารถเอาสิ่งที่เขาได้รับความรู้วันนี้ ไปแก้สถานการณ์ได้ และอาจจะช่วยคลี่คลายจากหนักและเป็นเบาได้" กล่าว
รูปแบบการฝึกในวันดังกล่าวเริ่มจากการบรรยายให้นักเรียน ตามด้วยการจำลองเหตุยิงภายในอาคาร โดยมีเจ้าหน้าที่แต่งกายชุดดำและถืออาวุธสวมบทบาทเป็นคนร้าย เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกตัดสินใจภายใต้ความกดดันใกล้เคียงสถานการณ์จริง
บทเรียนจากสหรัฐฯ
สหรัฐอเมริกาบรรจุการฝึก Run–Hide–Fight เข้าสู่หลักสูตรและระเบียบปฏิบัติของโรงเรียนมาแล้วหลายปี โดยข้อมูลจากศูนย์สถิติการศึกษาแห่งชาติสหรัฐฯ (NCES) ที่ Thai PBS อ้างอิงระบุว่า ปี 2566 เกิดเหตุยิงในโรงเรียนสหรัฐฯ 82 ครั้ง และในปี 2567 เกิดขึ้นมากกว่า 40 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการฝึกเอาตัวรอดช่วยลดความสูญเสียเฉพาะหน้าได้ แต่ไม่ได้ลดจำนวนเหตุการณ์ด้วยตัวมันเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยต้องพิจารณาควบคู่กับมาตรการต้นทาง
- สั่งสอบด่วน! มอบอาวุธปืนวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขีดเส้นตรวจสอบภายใน 7 วัน
- ครม. ไฟเขียวยกระดับความปลอดภัยโรงเรียนเป็น “วาระแห่งชาติ” คัดกรองอาวุธ-สิ่งผิดกฎหมาย
- “ยศชนัน- ประเสริฐ” นำแถลง 6 มาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา
- ผบ.ตร. สั่งยกระดับคุมเข้มอาวุธปืน-มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ
- จับตาครม. วันนี้ ศธ.เสนอเป็นวาระแห่งชาติ มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน
ที่มาข้อมูล : Reuters และ TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Reuters
