เปิดข้อกฎหมาย “ยิงโจรขึ้นบ้าน” รู้ให้ชัดแค่ไหนเรียก “ป้องกันตัว”

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดข้อกฎหมาย “ยิงโจรขึ้นบ้าน” รู้ให้ชัดแค่ไหนเรียก “ป้องกันตัว”

แจง “ยิงโจรขึ้นบ้าน” มีความผิด?

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีการนำคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเหตุผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านพักและมีการใช้อาวุธปืนจนผู้บุกรุกเสียชีวิต ไปเผยแพร่และตีความทางสื่อสังคมออนไลน์ 

ขอชี้แจงว่า เมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าผู้ยิงมีความผิดหรือไม่ อย่างไร

ตามประมวลกฎหมายอาญา การใช้อาวุธปืนยิงบุคคลอื่นโดยเจตนาและเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยหลักย่อมเป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้ใน มาตรา 68 เรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ระบุว่า ผู้ใดจำเป็นต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตราย

ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด 

สรุปข่าว

เปิดกฎหมายชัด! “ยิงคนร้ายขึ้นบ้าน” อาจไม่พ้นผิด หากการป้องกันตัวรุนแรงเกินสมควรแก่เหตุ ตำรวจย้ำหลัก ม.68 ต้องมีภยันตรายใกล้จะถึงและป้องกันเท่าที่จำเป็น ส่วนกรณียิงจนเสียชีวิตอาจเข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตาม ม.288 ประกอบ ม.59 พร้อมยกคำพิพากษาฎีกาเป็นอุทาหรณ์

แจง “ยิงโจรขึ้นบ้าน” มีความผิด?

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีการนำคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเหตุผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านพักและมีการใช้อาวุธปืนจนผู้บุกรุกเสียชีวิต ไปเผยแพร่และตีความทางสื่อสังคมออนไลน์ 

ขอชี้แจงว่า เมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าผู้ยิงมีความผิดหรือไม่ อย่างไร

ตามประมวลกฎหมายอาญา การใช้อาวุธปืนยิงบุคคลอื่นโดยเจตนาและเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยหลักย่อมเป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้ใน มาตรา 68 เรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ระบุว่า ผู้ใดจำเป็นต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตราย

ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด 

ในทางกลับกัน หากภยันตรายนั้นสิ้นสุดลงแล้ว หรือไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีกต่อไป แต่ยังมีการติดตามไปใช้กำลังหรือใช้อาวุธ ก็ต้องพิจารณาแตกต่างออกไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี รวมทั้งกรณีหากการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลก็จะพิจารณาตามข้อเท้จจริงของแต่ละคดีเช่นกัน

กระบวนการดำเนินคดี

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกระบวนการดำเนินคดี เมื่อมีผู้เสียชีวิตจากการใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องตรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าขณะเกิดเหตุมีภยันตรายใกล้จะถึงหรือไม่ 

ผู้เสียชีวิตมีพฤติการณ์อย่างไร และการตอบโต้ของผู้ใช้อาวุธพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ โดยการที่ตำรวจต้องดำเนินการสอบสวน เป็นกระบวนการตามกฎหมายเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย การวินิจฉัยในแต่ละขั้นตอนเป็นหน้าที่ของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และหากคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมด

ดังนั้น สาระสำคัญของคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี จึงไม่ใช่การบอกว่า ผู้บุกรุกเข้าบ้านแล้วเจ้าของบ้านไม่มีสิทธิป้องกันตัว แต่เป็นการย้ำหลักว่า เมื่อมีการใช้กำลังจนบุคคลเสียชีวิต ต้องให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบก่อนว่าการกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ หรือเป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมาย การวินิจฉัยว่าการกระทำใดเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละเหตุการณ์

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำดำเนินการตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดเหตุรุนแรงในสังคม “ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือความจำเป็นเร่งด่วน” ถือเป็นความผิดเด็ดขาด 

โดยจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากฎหมายรับรองสิทธิโดยชอบธรรมของประชาชน รวมถึงสิทธิในการป้องกันตนเองและผู้อื่นตามกรอบของกฎหมาย


เปิดข้อกฎหมาย “ยิงโจรขึ้นบ้าน” มีความผิด หากเกินสมควรแก่เหตุ

การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด (มาตรา 68 ประมวลกฎหมายอาญา)

- มีภยันตรายกำลังใกล้จะถึง

- ป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น

- กระทำพอสมควรแก่เหตุ

ป้องกันตัวเอง แต่ใช้วิธีรุนแรงเกินสมควร 

ยังมีความผิด แต่ศาลอาจลดโทษ หรือไม่ลงโทษฯ (มาตรา 69 ประมวลกฎหมายอาญา)

ยกตัวอย่างเช่น คู่อริตามบุกบ้านหลังจากทะเลาะวิวาทกัน เจ้าของบ้านชักปืนไล่ยิง จนคู่อริวิ่งหนีออกไป โดยยิงถึง 4 นัดจนถึงแก่ความตาย 1 ราย เจ็บ 1 ราย ศาลพิพากษามีความผิดตาม ม.288 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ประกอบ ม.69 (ฎีกา805/2528)

-ยิงผู้อื่นโดยเจตนาจนเสียชีวิต อาจเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (มาตรา 288 ประกอบมาตรา 59 ประมวลกฎหมายอาญา) เหตุด่วน โทร 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ที่มาข้อมูล : สตช.

ที่มารูปภาพ : AFP/สตช.

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ

แท็กบทความ

ยิงโจรขึ้นบ้าน
กฎหมายยิงโจรขึ้นบ้าน
อาวุธปืน
ป้องกันตัวเอง
รุนแรง