กตช.หนุนคุมปืน-ยกระดับ อส.ตร. วางระบบป้องกันเหตุในโรงเรียน

Share on Line Share on Facebook Share on X
กตช.หนุนคุมปืน-ยกระดับ อส.ตร. วางระบบป้องกันเหตุในโรงเรียน

กตช.ชี้ข้อเสนอ “ครูพกปืน” ควรนำมาถกภายใต้ระบบความปลอดภัยรอบด้าน

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวถึงข้อเสนอของ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่เปิดประเด็นเรื่องการอนุญาตให้ครูสามารถมีอาวุธปืนเพื่อป้องกันเหตุร้ายภายในโรงเรียน ภายหลังเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า แม้แนวคิดดังกล่าวจะมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ถือเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมหันมาพิจารณาช่องว่างด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเวลาระหว่างเกิดเหตุจนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงพื้นที่

ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวควรนำไปสู่การหารือในภาพใหญ่เกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา ทั้งการป้องกันก่อนเกิดเหตุ การควบคุมอาวุธ การเฝ้าระวังและแจ้งเตือน การฝึกซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจ โรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการนำอาวุธปืนเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา จำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขอย่างรัดกุม ตั้งแต่ผู้มีสิทธิครอบครอง การอนุญาต การฝึกอบรม มาตรฐานการเก็บรักษา การป้องกันเด็กเข้าถึงอาวุธ ตลอดจนวิธีปฏิบัติเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้ป้องกันเหตุ

สรุปข่าว

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ชี้ข้อเสนอ พล.ต.ท.เรวัช เรื่องครูพกปืนควรเป็นจุดเริ่มต้นหารือระบบความปลอดภัยโรงเรียน พร้อมหนุนนโยบายรัฐบาลควบคุมอาวุธปืน และยกระดับ อส.ตร. ตามคำสั่ง ตร.239/2569 เชื่อมตำรวจ โรงเรียน และชุมชน เน้นข้อมูล เทคโนโลยี และการป้องกันก่อนเกิดเหตุ

กตช.ชี้ข้อเสนอ “ครูพกปืน” ควรนำมาถกภายใต้ระบบความปลอดภัยรอบด้าน

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวถึงข้อเสนอของ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่เปิดประเด็นเรื่องการอนุญาตให้ครูสามารถมีอาวุธปืนเพื่อป้องกันเหตุร้ายภายในโรงเรียน ภายหลังเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า แม้แนวคิดดังกล่าวจะมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ถือเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมหันมาพิจารณาช่องว่างด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเวลาระหว่างเกิดเหตุจนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงพื้นที่

ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวควรนำไปสู่การหารือในภาพใหญ่เกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา ทั้งการป้องกันก่อนเกิดเหตุ การควบคุมอาวุธ การเฝ้าระวังและแจ้งเตือน การฝึกซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจ โรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการนำอาวุธปืนเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา จำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขอย่างรัดกุม ตั้งแต่ผู้มีสิทธิครอบครอง การอนุญาต การฝึกอบรม มาตรฐานการเก็บรักษา การป้องกันเด็กเข้าถึงอาวุธ ตลอดจนวิธีปฏิบัติเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้ป้องกันเหตุ

หนุนนโยบายรัฐบาลคุมอาวุธปืน ลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

ผศ.ดร.นพดล มองว่า อาวุธปืนควรเป็นองค์ประกอบในลำดับท้ายของระบบความปลอดภัย ขณะที่มาตรการสำคัญอันดับต้นคือการป้องกันไม่ให้อาวุธผิดกฎหมายหรืออาวุธที่มีความเสี่ยงเข้าถึงบุคคลที่ไม่เหมาะสม

ในส่วนนี้เห็นว่า แนวนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการควบคุมอาวุธปืน มีความสำคัญต่อการลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ครอบคลุมการจัดระเบียบอาวุธ การปราบปรามอาวุธผิดกฎหมาย การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการพกพาอาวุธ โดยเห็นว่าอาจต้องพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

แนวทางดังกล่าวสามารถเดินควบคู่กับการพัฒนา “อาสาสมัครตำรวจบ้านยุคใหม่” หรือ อส.ตร. เพื่อเพิ่มเครือข่ายเฝ้าระวังในระดับชุมชน เนื่องจากกำลังตำรวจไม่สามารถประจำอยู่ได้ทุกโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด แหล่งท่องเที่ยว หรือพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ การสร้างเครือข่ายประชาชนที่ได้รับการคัดกรองและฝึกอบรมจึงเป็นอีกกลไกสนับสนุนการทำงานของตำรวจ

ย้ำ อส.ตร.ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ ต้องทำงานภายใต้กฎหมาย

ผศ.ดร.นพดล ย้ำว่า การพัฒนาอาสาสมัครตำรวจบ้านไม่ได้มีเป้าหมายให้ประชาชนทำหน้าที่แทนตำรวจ หรือจัดตั้งกลุ่มติดอาวุธในชุมชน แต่เป็นการนำระบบการมีส่วนร่วมตามกรอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2551 มาปรับให้รองรับภัยและความเสี่ยงรูปแบบใหม่

ผู้เข้าร่วมต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง มีชุมชน ผู้นำชุมชน คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) และหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ร่วมพิจารณา ก่อนเข้าสู่การฝึกอบรมตามมาตรฐาน เพื่อให้มีความรู้ด้านกฎหมาย วินัย สิทธิมนุษยชน รวมถึงเข้าใจขอบเขตหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจน

ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนผ่านคณะทำงานตาม คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 239/2569 ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ขณะที่ ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า ได้มีส่วนร่วมออกแบบหลักสูตรอาสาสมัครตำรวจบ้านยุคใหม่กับหน่วยงานด้านการศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ใช้ข้อมูล-เทคโนโลยี เชื่อมชุมชนกับตำรวจ

อีกแนวทางที่เสนอคือการปรับบทบาท อส.ตร. จากการเน้นยืนเวรหรือเดินตรวจ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะบุคลากรและประชาชนในพื้นที่มักพบความผิดปกติได้ก่อนเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร้านค้า หรือคนในชุมชน

หลักสูตรจึงควรครอบคลุมการสังเกตพฤติกรรมและเหตุผิดปกติ การแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางดิจิทัล การประสานข้อมูล การช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และการส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอย่างถูกต้อง

เป้าหมายระยะต่อไปคือการเชื่อมเครือข่ายดังกล่าวเข้ากับพื้นที่ที่มีประชาชนรวมตัวจำนวนมาก หรือ Soft Target เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนสถาน สถานบันเทิง และพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ตำรวจ ครู ผู้ปกครอง ชุมชน อส.ตร. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับมือความเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น

ผบ.ตร.เดินหน้าตำรวจทำงานร่วมประชาชน

ผศ.ดร.นพดล ยังกล่าวถึงบทบาทของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ขั้นตอนสำคัญหลังจากมีนโยบายคือการแปลงแนวทางไปสู่การปฏิบัติในระดับสถานีตำรวจและชุมชน โดยให้ความสำคัญทั้งการป้องกันเหตุ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตำรวจ

หากนโยบายควบคุมอาวุธปืนสามารถดำเนินควบคู่กับการยกระดับอาสาสมัครตำรวจบ้าน พร้อมสร้างระบบเชื่อมข้อมูลระหว่างตำรวจและประชาชนอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุในชุมชน รวมถึงพื้นที่เปราะบางทั่วประเทศ

ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นจากผลการปฏิบัติงานที่ประชาชนสัมผัสได้ ทั้งการรับแจ้งเหตุ การคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล การตอบสนองต่อปัญหาชุมชน และระบบคัดกรองอาสาสมัครที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับตำรวจในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN