ความจริงที่น่ากลัว เด็กกราดยิงในโรงเรียนเกิดบ่อยขึ้นทั่วโลก สาเหตุเกิดจากอะไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ความจริงที่น่ากลัว เด็กกราดยิงในโรงเรียนเกิดบ่อยขึ้นทั่วโลก สาเหตุเกิดจากอะไร?

เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ย่านบางกรวย ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนเดียวกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 15 คน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย เป็นครู 3 คน นักเรียน 3 คน และผู้ก่อเหตุ 1 คน โดยแรงจูงใจของการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดผวาในกลุ่มเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ที่กำลังกังวลว่าเพราะอะไรจึงเกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัย 

หากพูดถึงมือปืนที่ก่อเหตุกราดยิงแล้ว แต่เดิมหลายคนคงจะนึกถึงภาพชายวัยกลางคนที่มีความเครียดและถูกกดดันจากปัญหาหลายอย่าง หรืออาจจะมีความแค้นหรือแนวคิดสุดโต่งที่ต่อต้านอะไรบางอย่าง จึงใช้อาวุธปืนออกมากราดยิงผู้คนในที่สาธารณะ เพื่อระบายความอัดอั้นที่มันเก็บกดอยู่ข้างใน

แต่หากเราดูสถิติการก่อเหตุกราดยิงในหลายประเทศทั่วโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงมีแนวโน้มที่จะมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ จากอายุวัยกลางคน ลดลงมาเหลืออายุ 20 กว่า ลงมาเหลืออายุไม่ถึง 20 จนถึงอายุไม่ถึง 15 ปี

อย่างในสหรัฐฯ สถิติการก่อเหตุกราดยิงนับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา จำนวนผู้ก่อเหตุมากกว่า 2 ใน 3 มีอายุน้อยกว่า 18 ปี และหากดูเฉพาะอายุผู้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน จะมีอายุเฉลี่ยที่ 16 ปี เท่านั้น

หากถามว่าทำไมคนที่มีอายุน้อยขนาดนี้ จึงก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คำตอบอาจจะไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้พบว่าสาเหตุการก่อเหตุมีปัจจัยที่คล้าย ๆ กัน

โจนาธาน เมทซล์ นักจิตวิทยาและนักสังคมวิทยา ของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ในสหรัฐฯ อธิบายว่าในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น สมองของพวกเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ในส่วนของเปลือกสมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ ความยับยั้งชั่งใจ และการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง ซึ่งสมองส่วนนี้จะพัฒนาอย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อมีอายุครบ 20 ปี ทำให้ผู้ก่อเหตุที่เป็นเด็กไม่สามารถรับรู้ว่าได้ว่าการก่อเหตุกราดยิงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและมีผลกระทบมากแค่ไหน และไม่สามารถใช้เหตุผลในการยับยั้งชั่งใจได้

เมทซส์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเด็กบางคน การก่อเหตุกราดยิงเป็นเหมือนการแสดงออกเพื่อให้ได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อน เป็นการแสดงออกถึงการเป็นผู้ใหญ่ โดยที่เด็กไม่ได้นึกเลยว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะเป็นอย่างไร

สรุปข่าว

เหตุกราดยิงในโรงเรียนเกิดบ่อยขึ้นทั่วโลก และผู้ลงมือก็มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล ผู้เชี่ยวชาญเผย ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ต้องการการยอมรับในกลุ่มเพื่อนฝูง และยังไม่สามารถใช้เหตุผลหรือควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรง

เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ย่านบางกรวย ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนเดียวกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 15 คน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย เป็นครู 3 คน นักเรียน 3 คน และผู้ก่อเหตุ 1 คน โดยแรงจูงใจของการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดผวาในกลุ่มเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ที่กำลังกังวลว่าเพราะอะไรจึงเกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัย 

หากพูดถึงมือปืนที่ก่อเหตุกราดยิงแล้ว แต่เดิมหลายคนคงจะนึกถึงภาพชายวัยกลางคนที่มีความเครียดและถูกกดดันจากปัญหาหลายอย่าง หรืออาจจะมีความแค้นหรือแนวคิดสุดโต่งที่ต่อต้านอะไรบางอย่าง จึงใช้อาวุธปืนออกมากราดยิงผู้คนในที่สาธารณะ เพื่อระบายความอัดอั้นที่มันเก็บกดอยู่ข้างใน

แต่หากเราดูสถิติการก่อเหตุกราดยิงในหลายประเทศทั่วโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงมีแนวโน้มที่จะมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ จากอายุวัยกลางคน ลดลงมาเหลืออายุ 20 กว่า ลงมาเหลืออายุไม่ถึง 20 จนถึงอายุไม่ถึง 15 ปี

อย่างในสหรัฐฯ สถิติการก่อเหตุกราดยิงนับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา จำนวนผู้ก่อเหตุมากกว่า 2 ใน 3 มีอายุน้อยกว่า 18 ปี และหากดูเฉพาะอายุผู้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน จะมีอายุเฉลี่ยที่ 16 ปี เท่านั้น

หากถามว่าทำไมคนที่มีอายุน้อยขนาดนี้ จึงก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คำตอบอาจจะไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้พบว่าสาเหตุการก่อเหตุมีปัจจัยที่คล้าย ๆ กัน

โจนาธาน เมทซล์ นักจิตวิทยาและนักสังคมวิทยา ของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ในสหรัฐฯ อธิบายว่าในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น สมองของพวกเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ในส่วนของเปลือกสมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ ความยับยั้งชั่งใจ และการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง ซึ่งสมองส่วนนี้จะพัฒนาอย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อมีอายุครบ 20 ปี ทำให้ผู้ก่อเหตุที่เป็นเด็กไม่สามารถรับรู้ว่าได้ว่าการก่อเหตุกราดยิงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและมีผลกระทบมากแค่ไหน และไม่สามารถใช้เหตุผลในการยับยั้งชั่งใจได้

เมทซส์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเด็กบางคน การก่อเหตุกราดยิงเป็นเหมือนการแสดงออกเพื่อให้ได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อน เป็นการแสดงออกถึงการเป็นผู้ใหญ่ โดยที่เด็กไม่ได้นึกเลยว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะเป็นอย่างไร

แฟรงค์ แม็กแอนดรูว ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ของมหาวิทยาลัยน็อกซ์ ในเมืองเกลส์เบิร์ก รัฐอิลลินอยส์  อธิบายเพิ่มเติมว่า ในกลุ่มเด็กวัยรุ่นผู้ชาย จะเป็นช่วงเวลาที่พวกเขารู้สึกว่าการได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และหากพวกเขารู้สึกตัวว่าไม่ได้รับการยอมรับ ถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ได้รับความสนใจในกลุ่มเพื่อนมากพอ บางคนไม่สามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านี้ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง

เมื่อเด็กมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรง ไม่มีผู้ใหญ่ให้คำปรึกษา และอาจถูกยั่วยุด้วยเนื้อหาออนไลน์ที่กระตุ้นให้ใช้ความรุนแรง หากเด็กสามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมลักษณะนี้หลายครั้ง 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน พบว่าผู้ก่อเหตุที่เป็นนักเรียนด้วยกัน มักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือโพสต์เตือนออกมาตรง ๆ ว่าพวกเขาวางแผนที่จะก่อเหตุกราดยิงหรือทำร้ายผู้อื่น หรือาจจะมีการแสดงออกที่ระบายความโกรธแค้นหรือความเศร้าออกมาก่อน เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง แต่มักจะถูกผู้คนรอบข้างไม่สนใจ ซึ่งเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย ก่อนที่พวกเขาจะลงมือก่อเหตุจริง ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อและแม่ที่ต้องให้เวลาและใส่ใจอารมณ์ลูกของตัวเอง และคอยให้คำปรึกษาและคำชี้แนะที่ถูกต้องในการรับมือกับอารมณ์ที่แปรปรวนภายในใจของเด็ก 

ที่มาข้อมูล : China Daily

ที่มารูปภาพ : Magnific