มท.รับคำสั่งนายกฯ ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ

Share on Line Share on Facebook Share on X
มท.รับคำสั่งนายกฯ ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ

วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้มีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยให้ตั้งด่านตรวจเพื่อค้นหาและจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธปืนเป็นกรณีพิเศษ

สรุปข่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับคำสั่งนายกรัฐมนตรี บูรณาการตำรวจและฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ เน้นสถานที่ราชการและพื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมาก หลังเกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ย้ำต้องเข้มงวดเรื่องอาวุธปืน แม้ปืนที่ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นปืนมีทะเบียน

วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้มีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยให้ตั้งด่านตรวจเพื่อค้นหาและจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธปืนเป็นกรณีพิเศษ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า โดยปกติตำรวจและฝ่ายปกครองมีการตั้งด่านตรวจและตรวจสอบอาวุธปืนอยู่แล้ว แต่หลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงในโรงเรียน จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและป้องกันเหตุ โดยเฉพาะการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่าอาวุธปืนที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็น ปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง เช่น กรณีนักเรียนที่ก่อเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งนำปืนของปู่มาใช้ก่อเหตุ รวมถึงกรณีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีถูกยิง ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียนเช่นกัน

จึงจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังและยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน แม้จะเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม

มท.กำชับห้ามพกปืน เน้นสถานที่ราชการ-พื้นที่คนจำนวนมาก

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่อง การห้ามพกพาอาวุธปืน โดยเฉพาะใบอนุญาต ป.12 ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน ขณะนี้จะไม่มีการออกใบอนุญาตดังกล่าวเพิ่มเติม

ดังนั้น หากพบผู้พกพาอาวุธปืนออกมาในลักษณะที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้

นอกจากนี้ ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอาวุธปืนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ สถานที่ราชการ และสถานที่ที่มีประชาชนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำ

ส่วนกรณีจะต้องออกประกาศของกระทรวงมหาดไทยเพื่อย้ำเรื่องการห้ามพกพาอาวุธปืนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการประกาศและมาตรการที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่อาจมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกำชับแนวทางการปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการนำอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่สาธารณะและสถานที่ราชการ รวมถึงลดความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : กระทรวงมหาดไทย

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย