Xiaomi (เสียวหมี่) ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่จากจีน เปิดตัว Xring O3 ชิปประมวลผลสำหรับสมาร์ตโฟนที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง เดินหน้ากลยุทธ์ควบคุมเทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญมากขึ้น หวังสร้างความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทาน และลดการพึ่งพาชิปจากผู้ผลิตภายนอก ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม
การเปิดตัว Xring O3 มีขึ้นประมาณหนึ่งปีหลังเสียวหมี่เปิดตัว Xring O1 ชิปประมวลผลสมาร์ตโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2025 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเสียวหมี่ ในฐานะผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ที่ต้องการเดินตามแนวทางของ Apple, Samsung Electronics และ Huawei ซึ่งต่างพัฒนาชิปของตัวเองเพื่อสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์
สรุปข่าว
Xiaomi (เสียวหมี่) ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่จากจีน เปิดตัว Xring O3 ชิปประมวลผลสำหรับสมาร์ตโฟนที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง เดินหน้ากลยุทธ์ควบคุมเทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญมากขึ้น หวังสร้างความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทาน และลดการพึ่งพาชิปจากผู้ผลิตภายนอก ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม
การเปิดตัว Xring O3 มีขึ้นประมาณหนึ่งปีหลังเสียวหมี่เปิดตัว Xring O1 ชิปประมวลผลสมาร์ตโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2025 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเสียวหมี่ ในฐานะผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ที่ต้องการเดินตามแนวทางของ Apple, Samsung Electronics และ Huawei ซึ่งต่างพัฒนาชิปของตัวเองเพื่อสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์
แหล่งข่าว 2 รายที่รับทราบแผนเปิดเผยว่า TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากไต้หวัน จะรับหน้าที่ผลิต Xring O3 ด้วยเทคโนโลยีระดับ 3 นาโนเมตร ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า ชิปรุ่นใหม่นี้มีแนวโน้มถูกนำไปใช้ในสมาร์ตโฟนจอพับระดับเรือธงรุ่นต่อไปของเสียวหมี่ โดยตั้งเป้ายอดจัดส่งประมาณ 200,000–300,000 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ผลิต เทคโนโลยีการผลิต และเป้าหมายการจัดส่งดังกล่าว ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเสียวหมี่และ TSMC เนื่องจากแผนการผลิตยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
ชิปประมวลผลสมาร์ตโฟน หรือ System-on-Chip เป็นส่วนประกอบหลักที่รวมระบบประมวลผล กราฟิก ปัญญาประดิษฐ์ และการประมวลผลภาพจากกล้องไว้ในชิปเดียว การออกแบบชิปเองจึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถปรับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ทั้งด้านประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน ระบบกล้อง และฟีเจอร์ AI
กลยุทธ์นี้จะช่วยให้เสียวหมี่ลดการพึ่งพาผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Qualcomm และ MediaTek พร้อมเพิ่มอำนาจในการออกแบบผลิตภัณฑ์และควบคุมต้นทุนในระยะยาว แต่บริษัทยังต้องเผชิญความท้าทายด้านงบลงทุน การพัฒนาชิปอย่างต่อเนื่อง และปริมาณการผลิตที่ต้องมากเพียงพอเพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยแข่งขันได้
เสียวหมี่เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อุปกรณ์ที่ใช้ชิป Xring O1 ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และนาฬิกาอัจฉริยะ มียอดจัดส่งสะสมมากกว่า 1 ล้านเครื่องแล้ว ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า ในจำนวนนี้เป็นสมาร์ตโฟนประมาณ 150,000 เครื่อง นับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวชิปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ แต่เป็นการเดิมพันระยะยาวของเสียวหมี่ เพื่อสร้างระบบเทคโนโลยีของตัวเอง และยกระดับการแข่งขันจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ไปสู่ผู้ครอบครองเทคโนโลยีสำคัญภายในผลิตภัณฑ์
