Xiaomi บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน กำลังเร่งปรับโครงสร้างรายได้จากผู้ผลิตสมาร์ตโฟน ไปสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำที่อยู่ในระดับสูงและการแข่งขันในตลาดมือถือ กดดันผลประกอบการไตรมาส 2 ให้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
Xiaomi รายงานกำไรสุทธิปรับปรุงแล้ว 6,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 920 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 42.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เฉลี่ย 6,600 ล้านหยวน
รายได้รวมลดลงร้อยละ 6.1 อยู่ที่ 108,900 ล้านหยวน ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 112,200 ล้านหยวน สาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาและผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น
ธุรกิจสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นรายได้หลักของ Xiaomi ยังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก รายได้ลดลงร้อยละ 7.5 เหลือ 42,100 ล้านหยวน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดจากร้อยละ 11.5 เหลือเพียงร้อยละ 8.5 สะท้อนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
สรุปข่าว
Xiaomi บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน กำลังเร่งปรับโครงสร้างรายได้จากผู้ผลิตสมาร์ตโฟน ไปสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำที่อยู่ในระดับสูงและการแข่งขันในตลาดมือถือ กดดันผลประกอบการไตรมาส 2 ให้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
Xiaomi รายงานกำไรสุทธิปรับปรุงแล้ว 6,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 920 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 42.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เฉลี่ย 6,600 ล้านหยวน
รายได้รวมลดลงร้อยละ 6.1 อยู่ที่ 108,900 ล้านหยวน ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 112,200 ล้านหยวน สาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาและผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น
ธุรกิจสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นรายได้หลักของ Xiaomi ยังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก รายได้ลดลงร้อยละ 7.5 เหลือ 42,100 ล้านหยวน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดจากร้อยละ 11.5 เหลือเพียงร้อยละ 8.5 สะท้อนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Omdia ระบุว่า Xiaomi ซึ่งครองอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ตโฟนโลก ส่งมอบโทรศัพท์ประมาณ 31.2 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้ ลดลงร้อยละ 26 จากปีก่อน และเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2
Xiaomi ยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนชิปมากกว่าผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่อื่น เนื่องจากสินค้ามากกว่าครึ่งหนึ่งมีราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์ ทำให้การขึ้นราคาขายทำได้จำกัด เพราะอาจกระทบฐานลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารประเมินว่า ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของธุรกิจสมาร์ตโฟนผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาชิปหน่วยความจำเริ่มชะลอตัว และมีแนวโน้มชะลอลงต่อในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์และกำหนดการเปิดตัวสมาร์ตโฟน เพื่อเน้นรุ่นที่สร้างกำไรได้มากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง รถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นเครื่องยนต์รายได้ใหม่ของ Xiaomi โดยรายได้จากธุรกิจ EV เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 แตะ 23,900 ล้านหยวน ขณะที่ยอดส่งมอบรถเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.2 เป็น 104,199 คัน
เมื่อรวมธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า AI และโครงการใหม่ สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 23 ของรายได้ทั้งหมด จากร้อยละ 18.3 ในปีก่อน แสดงให้เห็นว่า Xiaomi กำลังลดการพึ่งพาตลาดสมาร์ตโฟน ซึ่งเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว
แต่การเติบโตดังกล่าวยังต้องแลกกับการลงทุนสูง ธุรกิจ EV, AI และโครงการใหม่ขาดทุนจากการดำเนินงานรวม 2,600 ล้านหยวน เนื่องจากบริษัทต้องลงทุนทั้งด้านการวิจัย โรงงาน เทคโนโลยี และเครือข่ายจำหน่าย
Xiaomi ยังขยายกลุ่มรถยนต์ด้วยการเปิดตัว SUV ครอบครัวขนาดใหญ่ในซีรีส์ SkyNomad เมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อเจาะตลาดที่ได้รับความนิยมในจีน และเตรียมนำธุรกิจรถยนต์เข้าสู่ยุโรปในปี 2027
ทิศทางของ Xiaomi จึงสะท้อนโจทย์สำคัญของบริษัทเทคโนโลยีจีน จากเดิมที่เติบโตด้วยสมาร์ตโฟนราคาคุ้มค่า ไปสู่การแข่งขันในธุรกิจรถยนต์และ AI ซึ่งมีโอกาสสร้างรายได้สูงกว่า แต่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และเผชิญการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่กำลังเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/asia-pacific/xiaomis-q2-profit-slides-426-component-cost-pressure-2026-08-18/
ที่มารูปภาพ : -
