ศึกสหรัฐฯ–จีน บีบ "Microsoft" ปิดสำนักงาน 15 แห่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X

Microsoft กำลังลดบทบาทในจีนอย่างเงียบ ๆ หลังดำเนินธุรกิจในตลาดแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทปิดสำนักงานสาขาและกิจการร่วมค้าในจีนไปแล้วอย่างน้อย 15 แห่ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่กระทบทั้งความเชื่อมั่น การลงทุน และการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

แหล่งข่าวภายในบริษัทระบุว่า Microsoft เคยพิจารณาถอนตัวออกจากจีนในปี 2023 เนื่องจากผู้บริหารบางส่วนมองว่า บริษัทต้องรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์สูงเกินไป เมื่อเทียบกับผลตอบแทนทางธุรกิจ โดยรายได้จากจีนคิดเป็นเพียงร้อยละ 1.5 ของรายได้ทั่วโลกในปี 2024

อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังไม่มีแผนออกจากตลาดจีนในขณะนี้ เพราะพบโอกาสใหม่จากการให้บริการบริษัทจีนที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยเฉพาะ ByteDance เจ้าของ TikTok และ Shein แพลตฟอร์มแฟชันออนไลน์ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีตะวันตกและระบบคลาวด์ Azure เพื่อบริหารข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบในแต่ละประเทศ

สรุปข่าว

Microsoft ลดบทบาทในจีนต่อเนื่อง หลังความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายส่งเสริมเทคโนโลยีภายในประเทศกระทบธุรกิจ แต่กระแส AI และความต้องการของบริษัทจีนที่รุกตลาดโลก ยังทำให้ยักษ์เทคโนโลยีสหรัฐฯ เลือกอยู่ต่อ

Microsoft กำลังลดบทบาทในจีนอย่างเงียบ ๆ หลังดำเนินธุรกิจในตลาดแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทปิดสำนักงานสาขาและกิจการร่วมค้าในจีนไปแล้วอย่างน้อย 15 แห่ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่กระทบทั้งความเชื่อมั่น การลงทุน และการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

แหล่งข่าวภายในบริษัทระบุว่า Microsoft เคยพิจารณาถอนตัวออกจากจีนในปี 2023 เนื่องจากผู้บริหารบางส่วนมองว่า บริษัทต้องรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์สูงเกินไป เมื่อเทียบกับผลตอบแทนทางธุรกิจ โดยรายได้จากจีนคิดเป็นเพียงร้อยละ 1.5 ของรายได้ทั่วโลกในปี 2024

อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังไม่มีแผนออกจากตลาดจีนในขณะนี้ เพราะพบโอกาสใหม่จากการให้บริการบริษัทจีนที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยเฉพาะ ByteDance เจ้าของ TikTok และ Shein แพลตฟอร์มแฟชันออนไลน์ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีตะวันตกและระบบคลาวด์ Azure เพื่อบริหารข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบในแต่ละประเทศ

Microsoft ยังให้ลูกค้าองค์กรจีนเข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์จากผู้พัฒนาตะวันตกผ่าน Azure รวมถึงเทคโนโลยีจาก OpenAI ซึ่งไม่ได้ให้บริการโดยตรงในจีน ทำให้ธุรกิจสนับสนุนบริษัทจีนออกสู่ตลาดโลก กลายเป็นรายได้ที่เกี่ยวข้องกับจีนส่วนใหญ่ของ Microsoft แม้ยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับธุรกิจทั่วโลก

ด้านธุรกิจภาครัฐกลับเผชิญแรงกดดันมากขึ้น นับตั้งแต่ปี 2017 จีนเดินหน้าส่งเสริมซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่พัฒนาภายในประเทศ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัย แม้ Microsoft จะพัฒนา Windows 10 รุ่นพิเศษสำหรับหน่วยงานรัฐบาลจีน แต่ยังไม่ได้รับการใช้งานแพร่หลายตามเป้าหมาย

การตรวจสอบคู่มือจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลจีน 6 ฉบับ ซึ่งเผยแพร่ระหว่างเดือนธันวาคม 2023 ถึงเดือนพฤษภาคม 2026 พบว่า 5 ฉบับไม่ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ส่วนอีกฉบับอนุญาตให้ใช้ Windows 10 China Government Edition แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการบริหารเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน มาตรการควบคุมการส่งออกชิปและเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ยังจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของวิศวกร Microsoft ในจีน บริษัทจึงย้ายบุคลากรบางส่วน และขยายห้องปฏิบัติการวิจัยไปยังแวนคูเวอร์ สิงคโปร์ และโตเกียว

ในปี 2024 Microsoft เสนอให้วิศวกรระดับสูงประมาณ 1,000 คนย้ายออกจากจีน แต่มีเพียงราวหนึ่งในสามที่ตอบรับ ขณะที่บุคลากรอาวุโสจำนวนหนึ่งเลือกย้ายไปทำงานกับมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคโนโลยีของจีนแทน

แม้ตลาด AI จะช่วยให้ Microsoft ยังรักษาช่องทางธุรกิจในจีนได้ แต่ความยั่งยืนยังมีคำถาม เพราะโมเดล AI ของจีน เช่น Kimi กำลังพัฒนาเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า จึงอาจลดความจำเป็นที่บริษัทจีนต้องพึ่งพา Azure และเทคโนโลยีตะวันตก

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า Microsoft ไม่ได้ถอนตัวจากจีนอย่างเต็มรูปแบบ แต่กำลังเปลี่ยนจากการรุกตลาดภายในประเทศ ไปสู่บทบาทผู้ให้บริการเทคโนโลยีแก่บริษัทจีนที่ต้องการแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางเส้นแบ่งทางเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจที่ชัดเจนขึ้นทุกขณะ 

ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/china/microsoft-retreats-china-ai-boom-helps-it-keep-window-open-2026-08-13/

ที่มารูปภาพ : -