คนตกเกณฑ์รถยนต์ ยื่นยอดอุทธรณ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" มากที่สุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
คนตกเกณฑ์รถยนต์ ยื่นยอดอุทธรณ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" มากที่สุด

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า นับตั้งแต่เปิดระบบให้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน พบประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติให้ความสนใจ และยื่นเรื่องอุทธรณ์แล้วจำนวนทั้งสิ้น 4.83 ล้านราย

สรุปข่าว

คลังเผยยอดอุทธรณ์ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" พุ่ง 4.83 ล้านราย ชี้ปัญหา “ถือครองรถยนต์” ยื่นร้องเรียนอันดับหนึ่ง ย้ำยื่นอุทธรณ์ได้ถึง 1 ส.ค.นี้

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า นับตั้งแต่เปิดระบบให้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน พบประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติให้ความสนใจ และยื่นเรื่องอุทธรณ์แล้วจำนวนทั้งสิ้น 4.83 ล้านราย

สำหรับประเด็นที่มีการยื่นอุทธรณ์เข้ามามากที่สุด เป็นเรื่องข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือครองยานพาหนะ (รถยนต์/รถจักรยานยนต์) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 42 ของจำนวนผู้ยื่นอุทธรณ์ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลมีการปรับปรุงเกณฑ์แล้วไม่นับรถยนต์อายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์ รองลงมาเป็นเรื่องอื่นๆ 


อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้จำนวนผู้ที่เข้ามายื่นอุทธรณ์ในแต่ละวันจะเริ่มปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปแล้วในช่วงแรก 

แต่กระทรวงการคลังยังคงเปิดระบบให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์ได้ตามขั้นตอนจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม  2569 นี้




ดังนั้น กระทรวงการคลังขอให้ผู้ที่ยื่นอุทธรณ์แล้ว เร่งดำเนินการติดต่อหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเอกสารเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด 

เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งพิจารณา และประกาศผลการอุทธรณ์ได้อย่างรวดเร็วต่อไป  เพื่อให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในรอบอุทธรณ์จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ที่มาข้อมูล : Tnn

ที่มารูปภาพ : Tnn