ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตอย่างรวดเร็ว จากแรงหนุนของมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ ซึ่งมีส่วนผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นต่อเนื่อง
มาถึงปี 2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงขยายตัวแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 104,418 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.07 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.09 ของยอดขายรถยนต์รวม ที่มีจำนวน 346,966 คัน
แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ยอดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน กลับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความกังวลว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวกำลังท้าทายอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งสร้างความแข็งแกร่งจากการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในมานานหลายทศวรรษ และอาจกระทบต่อสถานะของไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Detroit of Asia ด้วย
สรุปข่าว
ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตอย่างรวดเร็ว จากแรงหนุนของมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ ซึ่งมีส่วนผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นต่อเนื่อง
มาถึงปี 2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงขยายตัวแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 104,418 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.07 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.09 ของยอดขายรถยนต์รวม ที่มีจำนวน 346,966 คัน
แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ยอดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน กลับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความกังวลว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวกำลังท้าทายอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งสร้างความแข็งแกร่งจากการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในมานานหลายทศวรรษ และอาจกระทบต่อสถานะของไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Detroit of Asia ด้วย
หลายฝ่ายยังมองว่า การเร่งผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเดิม โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ที่ปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเสนอว่า การเปลี่ยนผ่านควรเกิดขึ้นอย่างสมดุล และเปิดกว้างต่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานสามารถปรับตัวได้ทัน
อีกมุมหนึ่ง คุณ Yeap Swee Chuan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของไทย ให้สัมภาษณ์กับ นิเคอิ เอเชีย ว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยจำเป็นต้องร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน หากต้องการอยู่รอดในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
และบอกว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ทั้งด้านราคาและนวัตกรรม ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรายเดิมต้องทบทวนรูปแบบการดำเนินธุรกิจของตนเอง พร้อมมองว่า สำหรับซัพพลายเออร์ไทย การทำงานร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์จีนจะเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ มีมุมมองจากคุณ วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ดังนั้น การสนับสนุนของภาครัฐจึงควรสนับสนุนทั้งระบบ ไม่เฉพาะอีวีเพียงอย่างเดียว และผลักดันตัวเลขจากระดับ 600,000 คัน ให้กลับไปสู่ 1 ล้านคัน อีกครั้ง (พูดถึงตัวเลขยอดขาย)
เขาเห็นว่า หากประเทศไทยต้องการรักษาสถานะ Detroit of Asia จำเป็นต้องยกระดับทั้งอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและปรับตัว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อีกมุมมองจาก คุณ นิธิ ท้วมประถม บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ Autolifethailand กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนานกว่า 50 ปี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง ดังนั้น เมื่อผู้ผลิตรถยนต์จีนเข้ามาลงทุน ก็ควรอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกับที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นเคยได้รับ
นอกจากนี้ ควรต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งเชื่อว่าหากมีการเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น จะทำให้ซัพพลายจากจีนเข้ามาเพิ่มขึ้น
คุณ นิธิ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยไม่สามารถหลีกหนีการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรถจากญี่ปุ่น และจากจีนได้ โดยไทย เป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาที่สำคัญของโลก จึงกลายเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของผู้ผลิตรถยนต์จีนสำหรับการขยายธุรกิจ ขณะเดียวกัน การแข่งขันดังกล่าวยังมีมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และภูมิรัฐศาสตร์ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่เฉพาะในไทยแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก ไทยเองก็ต้องกำหนดกติกาให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลง และเป็นกติกาที่สนับสนุนให้ทั้งอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้
