รัฐผุดระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปิดช่องโหว่สกัดทุนเทา

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางพัฒนาระบบ Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data หรือ CHECKED  โดยระบบดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคาร ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ร้านค้าทองคำ และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินต้องสงสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะอยู่ภายใต้การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเข้มงวด ใช้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความยินยอม เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง


สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้าปิดช่องโหว่เส้นทางฟอกเงินครั้งใหญ่ เตรียมเชื่อมข้อมูล "ธนาคาร-คริปโทฯ-ร้านทอง-หน่วยงานรัฐ" เข้าระบบเดียว หวังสกัดเงินผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางพัฒนาระบบ Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data หรือ CHECKED  โดยระบบดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคาร ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ร้านค้าทองคำ และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินต้องสงสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะอยู่ภายใต้การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเข้มงวด ใช้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความยินยอม เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง


ก่อนหน้านี้ ภาครัฐได้ทยอยปิดช่องโหว่ธุรกรรมผิดกฎหมายผ่าน 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่มาตรการแรก ปิดช่องทางร้านทอง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ร้านทองรายใหญ่ที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องรายงานธุรกรรมซื้อขายที่เป็นสกุลเงินบาท พร้อมให้สถาบันการเงินตรวจสอบลูกค้าที่ซื้อทองคำในปริมาณมากผิดปกติ

มาตรการที่สอง ปิดช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคริปโทฯ ต้องส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนทุกครั้งตามหลัก Travel Rule เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางเงินดิจิทัลได้

มาตรการที่สาม เร่งความเร็วในการแจ้งเตือน โดยสำนักงาน ปปง. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานธุรกรรมที่มีความผิดปกติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยเร็ว และมาตรการสุดท้าย ปิดช่องทางนอมินี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบบริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติที่เข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่อป้องกันการใช้บริษัทเป็นช่องทางฟอกเงินก่อนโอนออกนอกประเทศ

ส่วนกรณีของ สุภาพร พิมพงษ์ ที่มีชื่อปรากฏในแบบรายงาน 246-2 ของสำนักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นหลายบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ นายเอกนิติ ระบุว่า กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของตลาดทุนไทย หากพบช่องโหว่หรือจุดอ่อนของระบบ จะเร่งตรวจสอบและแก้ไข เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชนต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN