Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) เตรียมผ่าตัดธุรกิจครั้งใหญ่ หลังยอดขายทั่วโลกลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะในจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักของค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป แต่กำลังถูกผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว
โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2 ล้าน 77,000 คัน ลดลงร้อยละ 8.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการลดลงรายไตรมาสรุนแรงที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2565 แรงกดดันสำคัญมาจากจีน ซึ่งยอดส่งมอบของโฟล์คสวาเกนลดลงถึงร้อยละ 36.6 สวนทางกับยอดขายในอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 และยุโรปตะวันตกที่ขยายตัวร้อยละ 1.8 สะท้อนว่าปัญหาหลักของบริษัทอยู่ที่การแข่งขันในตลาดรถยนต์จีนอย่างชัดเจน
เมื่อแยกตามแบรนด์ รถยนต์แบรนด์หลักโฟล์คสวาเกน มียอดส่งมอบมากกว่า 1 ล้านคัน ลดลงร้อยละ 14 ขณะที่อาวดี้ลดลงร้อยละ 8 และปอร์เช่ลดลงร้อยละ 18 ส่วนลัมโบร์กินี สโกดา และธุรกิจรถบรรทุกยังสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้
สรุปข่าว
Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) เตรียมผ่าตัดธุรกิจครั้งใหญ่ หลังยอดขายทั่วโลกลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะในจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักของค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป แต่กำลังถูกผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว
โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2 ล้าน 77,000 คัน ลดลงร้อยละ 8.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการลดลงรายไตรมาสรุนแรงที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2565 แรงกดดันสำคัญมาจากจีน ซึ่งยอดส่งมอบของโฟล์คสวาเกนลดลงถึงร้อยละ 36.6 สวนทางกับยอดขายในอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 และยุโรปตะวันตกที่ขยายตัวร้อยละ 1.8 สะท้อนว่าปัญหาหลักของบริษัทอยู่ที่การแข่งขันในตลาดรถยนต์จีนอย่างชัดเจน
เมื่อแยกตามแบรนด์ รถยนต์แบรนด์หลักโฟล์คสวาเกน มียอดส่งมอบมากกว่า 1 ล้านคัน ลดลงร้อยละ 14 ขณะที่อาวดี้ลดลงร้อยละ 8 และปอร์เช่ลดลงร้อยละ 18 ส่วนลัมโบร์กินี สโกดา และธุรกิจรถบรรทุกยังสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้
หลังการประชุมคณะกรรมการบริษัท โฟล์คสวาเกนประกาศเดินหน้าปรับโครงสร้างขั้นต่อไป โดยเตรียมลดจำนวนรุ่นรถยนต์ในเครือสูงสุดร้อยละ 50 พร้อมลดทางเลือกและอุปกรณ์ตกแต่งของรถแต่ละรุ่น สูงสุดร้อยละ 75 เพื่อลดต้นทุนและความซับซ้อนในการผลิต แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะยุติรถยนต์รุ่นใดบ้าง
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนทำให้โฟล์คสวาเกนตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ใช้เทคโนโลยีร่วมกันมากขึ้น และลดกำลังการผลิตส่วนเกิน หลังเผชิญทั้งต้นทุนจากภาษีนำเข้า กฎระเบียบที่เข้มงวด ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้าจีน
อย่างไรก็ตาม แผนปรับโครงสร้างกำลังเผชิญแรงต้านจากพนักงาน โดยคนงานหลายร้อยคนชุมนุมหน้าโรงงานเมืองซวิคเคา ซึ่งเปลี่ยนมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดแล้ว เพื่อเรียกร้องหลักประกันด้านการจ้างงานและคัดค้านแนวคิดปิดโรงงาน
วิกฤตครั้งนี้สะท้อนว่า โฟล์คสวาเกนไม่ได้กำลังเผชิญเพียงยอดขายตกต่ำ แต่ต้องเร่งแก้ปัญหาโครงสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ ท่ามกลางตลาดรถยนต์โลกที่เปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า และคู่แข่งจีนที่พัฒนารถรุ่นใหม่ได้รวดเร็วกว่าและเสนอเทคโนโลยีในราคาที่แข่งขันได้
