
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯ เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ภายใต้ชื่อ "Coin Market" ตลาดรองเหรียญอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ที่กระทรวงการคลัง โดยได้รับเกียรติจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาเป็นประธานเปิดงาน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นตลาดรองสำหรับกลุ่มนักสะสมเหรียญกษาปณ์โดยเฉพาะ
ธนารักษ์ ได้เตรียมไฮไลต์สำคัญในการเปิดตัวด้วยการนำ "เหรียญ 10 บาท หมุนเวียน รุ่นปี 2533" ออกมาเปิดประมูล ซึ่งเหรียญรุ่นนี้ถือเป็นแรร์ไอเทมระดับตำนาน ที่ตลาดนักสะสมประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 1 ล้านบาทต่อเหรียญ
สรุปข่าว
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯ เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ภายใต้ชื่อ "Coin Market" ตลาดรองเหรียญอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ที่กระทรวงการคลัง โดยได้รับเกียรติจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาเป็นประธานเปิดงาน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นตลาดรองสำหรับกลุ่มนักสะสมเหรียญกษาปณ์โดยเฉพาะ
ธนารักษ์ ได้เตรียมไฮไลต์สำคัญในการเปิดตัวด้วยการนำ "เหรียญ 10 บาท หมุนเวียน รุ่นปี 2533" ออกมาเปิดประมูล ซึ่งเหรียญรุ่นนี้ถือเป็นแรร์ไอเทมระดับตำนาน ที่ตลาดนักสะสมประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 1 ล้านบาทต่อเหรียญ
ทั้งนี้ความพิเศษของเหรียญ 10 บาท ปี 2533 คือ เป็นเหรียญรุ่นแรกๆ ที่มีการผลิตไส้ในด้วยทองเหลือง และที่สำคัญคือมีการผลิตขึ้นมาบนโลกเพียงแค่ 100 เหรียญเท่านั้น ปัจจุบันมีเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดเพียง 50 เหรียญ ส่วนอีก 50 เหรียญนั้นถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในคลังของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นสภาพใหม่ ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน”
ในการจัดประมูลครั้งนี้ กรมฯ จะนำเหรียญ 10 บาท ปี 2533 จากในคลังออกมาเปิดประมูลเพียงแค่ 1 เหรียญเท่านั้น โดยนายอัครุตม์ ระบุว่า จะมีการตั้งราคาเริ่มต้นประมูลไว้ในระดับที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าร่วม
ขณะเดียวกันการประมูลผ่านกรมธนารักษ์โดยตรง จะช่วยสร้างความมั่นใจขั้นสุดให้กับนักสะสมว่าจะได้ของแท้ 100% ซึ่งจะช่วยลบความกังวลเรื่องการถูกหลอกลวงได้ เพราะที่ผ่านมาในตลาดมักพบมิจฉาชีพใช้วิธีปลอมแปลง ด้วยการนำเหรียญรุ่นปี 2537 มาขูดเขี่ยหางเลข 7 ออกให้กลายเป็นเลข 3 เพื่อปั่นราคา"
นอกจากนี้ การเปิดแพลตฟอร์ม Coin Market ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสีสันในระยะสั้น แต่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ระยะยาวของกรมธนารักษ์ ที่ประเมินว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ปริมาณการใช้เหรียญเพื่อการชำระหนี้จะลดลงอย่างมาก ภารกิจของกองกษาปณ์ จึงต้องพลิกโฉมจากการผลิตเพื่อหมุนเวียน หันมาโฟกัสการผลิตเหรียญที่ระลึก และส่งเสริมตลาดเหรียญสะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ให้กับประเทศต่อไป
