ปัจจุบัน ราคาประเมินที่ดินในรอบปี 2566-2569 ยังต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาดประมาณ 30-40% แต่ในการประเมินรอบใหม่ กรมธนารักษ์ตั้งเป้าลดช่องว่างดังกล่าวลง เหลือเพียง 20-25% ของราคาตลาด เพื่อให้ราคาประเมินสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่มากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาที่ดินเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการตัดถนนสายใหม่ หรือการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งล้วนส่งผลให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ดังนั้น การประเมินรอบใหม่จึงต้องสะท้อนมูลค่าที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่าเดิม
สรุปข่าว
ปัจจุบัน ราคาประเมินที่ดินในรอบปี 2566-2569 ยังต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาดประมาณ 30-40% แต่ในการประเมินรอบใหม่ กรมธนารักษ์ตั้งเป้าลดช่องว่างดังกล่าวลง เหลือเพียง 20-25% ของราคาตลาด เพื่อให้ราคาประเมินสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่มากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาที่ดินเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการตัดถนนสายใหม่ หรือการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งล้วนส่งผลให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ดังนั้น การประเมินรอบใหม่จึงต้องสะท้อนมูลค่าที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่าเดิม
ทั้งนี้หากเทียบกับมาตรฐานสากล หลายประเทศกำหนดให้ราคาประเมินต่ำกว่าราคาตลาดเพียงประมาณ 15% เท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยยังมีช่องว่างค่อนข้างมาก ทำให้กรมธนารักษ์ต้องทยอยปรับแนวทางการประเมินให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ราคาประเมินที่ดินไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง แต่เป็นฐานสำคัญที่หน่วยงานรัฐนำไปใช้ในการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการดำเนินธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ ตามกฎหมาย กรมธนารักษ์จะทบทวนและประกาศใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินทุกๆ 4 ปี โดยบัญชีราคาประเมินรอบใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Canva
