ส.อ.ท.ชู E20 ทางรอดพลังงานไทย หนุนลดนำเข้าน้ำมัน-สร้างรายได้เกษตรกร

Share on Line Share on Facebook Share on X
ส.อ.ท.ชู E20 ทางรอดพลังงานไทย หนุนลดนำเข้าน้ำมัน-สร้างรายได้เกษตรกร

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมผลักดันการใช้ แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ ชี้เป็นทางออกระยะยาวในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจไทย

ภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของการใช้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีเงินไหลออกนอกประเทศราว 3,600 ล้านบาทต่อวัน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก

เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนควรร่วมกันผลักดันการใช้ E20 จากเดิมที่เป็นเพียงเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้ก้าวสู่การเป็นพลังงานหลักของประเทศ โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ได้แก่ อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตสูง ช่วยลดการนำเข้าพลังงาน เพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร


สรุปข่าว

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. หนุนเดินหน้าส่งเสริมการใช้ E20 เป็นยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติ ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ชี้ไทยนำเข้าน้ำมันดิบถึง 92% มูลค่ากว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี พร้อมยกบราซิลและอินเดียเป็นต้นแบบการผลักดันเอทานอล ระบุการใช้ E20 เต็มศักยภาพจะช่วยสร้างรายได้เกษตรกรกว่า 1 ล้านครัวเรือน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชีวภาพ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมผลักดันการใช้ แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ ชี้เป็นทางออกระยะยาวในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจไทย

ภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของการใช้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีเงินไหลออกนอกประเทศราว 3,600 ล้านบาทต่อวัน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก

เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนควรร่วมกันผลักดันการใช้ E20 จากเดิมที่เป็นเพียงเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้ก้าวสู่การเป็นพลังงานหลักของประเทศ โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ได้แก่ อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตสูง ช่วยลดการนำเข้าพลังงาน เพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร


ข้อมูลจากการสัมมนา "ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง" ระบุว่า หลายประเทศประสบความสำเร็จในการใช้นโยบายเอทานอลเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดย บราซิล กำหนดการผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินขั้นต่ำ 30% (E30) และมีรถยนต์ระบบ Flex-Fuel มากกว่า 90% ของรถใหม่ทั้งหมด ขณะที่ อินเดีย สามารถผลักดันการใช้ E20 ได้ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2568 เร็วกว่ากำหนด พร้อมลดภาระการนำเข้าน้ำมันและเพิ่มรายได้ให้ภาคเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า การส่งเสริมการใช้ไบโอเอทานอลไม่ใช่เพียงนโยบายด้านพลังงาน แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) และสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิตเอทานอล ชีวมวล ปุ๋ยอินทรีย์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเอทานอลของไทยมีมูลค่ารวมกว่า 1.34 แสนล้านบาท ในปี 2568 และมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังกว่า 1 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 4 ล้านคน จากพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 20 ล้านไร่ พร้อมช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและปุ๋ยเคมี รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้าน ดร.เสกสรรค์ พรหมนิช รองประธานด้านไบโอฟูเอล กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการต่อยอดการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง E20 เพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงาน สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในประเทศ หากสามารถผลักดันการใช้ E20 ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะทำให้มีการใช้เอทานอลประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3.12 ล้านตัน ต่อปี

ส.อ.ท. ระบุว่า การผลักดันการใช้ E20 ควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงาน จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน เพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ สร้างรายได้ให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมไทย รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียนในระยะยาว โดยย้ำว่า E20 ไม่ใช่เพียงน้ำมันทางเลือก แต่เป็นกลไกสำคัญในการเสริมความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -

แท็กบทความ