"ทรัมป์" ล้มดีลอิหร่าน ฮอร์มุซเดือด น้ำมันโลกสะเทือน

Share on Line Share on Facebook Share on X

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ เริ่มโจมตีเพิ่มเติมต่อเป้าหมายในอิหร่าน เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีน้ำมันโลกจำนวนมหาศาลลำเลียงผ่านในแต่ละวัน

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านอยู่ในภาวะสิ้นสุดลงแล้ว สะท้อนว่าความพยายามผลักดันบันทึกความเข้าใจที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ไปสู่ข้อตกลงถาวร กำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรง

สหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีรอบล่าสุดเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ 3 ลำ ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร แม้อิหร่านยังไม่ได้ออกมารับผิดชอบโดยตรง แต่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการคุกคามเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือนในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก

รายงานจากฝั่งอิหร่านระบุว่า เกิดแรงระเบิดในหลายเมืองตามแนวชายฝั่งตอนใต้ ตั้งแต่บันดาร์ อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ไปจนถึงบางพื้นที่มีรายงานไฟฟ้าดับ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินเรือได้รับความเสียหาย

สรุปข่าว

สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หวังสกัดภัยคุกคามในช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือพาณิชย์ถูกโจมตี ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณข้อตกลงหยุดสงครามกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว กดดันราคาน้ำมันโลกให้กลับมาผันผวนอีกครั้ง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ เริ่มโจมตีเพิ่มเติมต่อเป้าหมายในอิหร่าน เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีน้ำมันโลกจำนวนมหาศาลลำเลียงผ่านในแต่ละวัน

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านอยู่ในภาวะสิ้นสุดลงแล้ว สะท้อนว่าความพยายามผลักดันบันทึกความเข้าใจที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ไปสู่ข้อตกลงถาวร กำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรง

สหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีรอบล่าสุดเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ 3 ลำ ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร แม้อิหร่านยังไม่ได้ออกมารับผิดชอบโดยตรง แต่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการคุกคามเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือนในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก

รายงานจากฝั่งอิหร่านระบุว่า เกิดแรงระเบิดในหลายเมืองตามแนวชายฝั่งตอนใต้ ตั้งแต่บันดาร์ อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ไปจนถึงบางพื้นที่มีรายงานไฟฟ้าดับ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินเรือได้รับความเสียหาย

สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ขณะที่สื่อใกล้ชิดหน่วยงานความมั่นคงอิหร่านรายงานว่า เตหะรานกำลังพิจารณาปฏิบัติการตอบโต้ครั้งใหญ่ต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ด้านตลาดพลังงานตอบรับทันที ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายหลังตลาดปิด โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนเมษายนที่เคยพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ความเสี่ยงด้านซัพพลายกลับมาเป็นประเด็นหลักอีกครั้ง

นักวิเคราะห์มองว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นไพ่ต่อรองสำคัญของอิหร่าน เพราะหากการเดินเรือถูกรบกวนยืดเยื้อ ผลกระทบจะลามจากราคาน้ำมัน ไปถึงต้นทุนขนส่ง เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของตลาดโลก

แม้ทรัมป์ระบุว่า ไม่คาดว่าสงครามจะกลับไปสู่การปะทะเต็มรูปแบบ แต่ท่าทีล่าสุดของทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ชี้ว่าสถานการณ์ยังเปราะบางสูง และอาจเปลี่ยนจากแรงกดดันทางทหาร ไปสู่แรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้ทุกเมื่อ 

ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-targets-sites-bahrain-kuwait-after-wave-us-strikes-2026-07-08/

ที่มารูปภาพ : -