ข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป (ACEA) พบว่า แบรนด์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ใหม่รายเดือนในยุโรป แซงหน้าคู่แข่งจากญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรก ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังผู้ผลิตรถยนต์จีนเดินหน้ารุกตลาดยุโรปอย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน 5 ราย ได้แก่ BYD, SAIC Motor, Geely, Chery และ Leapmotor มียอดขายเดือนพฤษภาคม รวมกัน ใน 31 ประเทศของยุโรป จำนวน 138,410 คัน คิดเป็นเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกัน อยู่ที่ร้อยละ 12
ขณะที่ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นจำนวน 6 ราย ได้แก่ Toyota, Nissan, Suzuki, Mazda , Honda และ Mitsubishi Motors มียอดขายรวมกันจำนวน 130,424 คัน ลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกันที่ร้อยละ 11.3
สรุปข่าว
ข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป (ACEA) พบว่า แบรนด์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ใหม่รายเดือนในยุโรป แซงหน้าคู่แข่งจากญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรก ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังผู้ผลิตรถยนต์จีนเดินหน้ารุกตลาดยุโรปอย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน 5 ราย ได้แก่ BYD, SAIC Motor, Geely, Chery และ Leapmotor มียอดขายเดือนพฤษภาคม รวมกัน ใน 31 ประเทศของยุโรป จำนวน 138,410 คัน คิดเป็นเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกัน อยู่ที่ร้อยละ 12
ขณะที่ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นจำนวน 6 ราย ได้แก่ Toyota, Nissan, Suzuki, Mazda , Honda และ Mitsubishi Motors มียอดขายรวมกันจำนวน 130,424 คัน ลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกันที่ร้อยละ 11.3
รายงานข่าวระบุว่า การขยายตัวของส่วนแบ่งตลาดรถยนต์จีน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ ACEA ปรับวิธีการจัดเก็บข้อมูล โดยตั้งแต่เดือนเมษายน ได้รับรองผู้ผลิตรถยนต์จีนเพิ่มเข้าไปอีก 3 ราย ทำให้มีผู้ผลิตจีนที่ถูกรวมในการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเป็น 5 ราย อีกทั้งยังนับรวมยอดขายของ Volvo เข้ากับ Geely Group จากเดิมที่นับแยกกัน
ซึ่งหากพิจารณารายแบรนด์ พบว่า Geely Group มียอดขายสูงสุด 38,145 คัน รองลงมาคือ BYD ดี จำนวน 32,380 คัน, SAIC Motor จำนวน 30,527 คัน, Chery จำนวน 27,412 คัน และ Leapmotor จำนวน 9,945 คัน โดยเฉพาะ BYD และ Chery ที่มียอดขายเติบโตหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากปัจจัยด้านข้อมูลแล้ว การเติบโตของรถยนต์แบรนด์จีนยังได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของหลายประเทศในยุโรป ที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จีน ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านรถยนต์ไฟฟ้า ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดังกล่าว
แม้ว่าสหภาพยุโรป (อียู) จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนสูงถึงร้อยละ 45.3 แต่รถยนต์จีนยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาไว้ได้ ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโต
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์จีน ยังเร่งขยายฐานการผลิตในยุโรปเพิ่มขึ้น
นิเคอิ เอเชีย ประเมินว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีแนวโน้มเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในยุโรปต่อเนื่องอีก จากการเร่งลงทุนตั้งฐานการผลิตภายในภูมิภาค เช่น Leapmotor มีแผนเริ่มผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ ที่โรงงานของ Stellantis ในสเปน ขณะที่ Chery ได้จัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำยุโรปที่นครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเร่งขยายธุรกิจในยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งด้านราคาที่แข่งขันได้ และเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเจาะตลาดที่เดิมเป็นฐานของผู้ผลิตยุโรปและสหรัฐฯ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม การรุกตลาดของค่ายรถจีนได้สร้างความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับอียู ซึ่งได้เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในภูมิภาค
ค่ายรถยนต์จีนรายใหญ่หลายราย จึงเดินหน้าขยายฐานการผลิตและเครือข่ายธุรกิจในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็น BYD ที่ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ที่จำหน่ายในยุโรปภายในภูมิภาคทั้งหมดภายในปี 2028 และกำลังเจรจาเข้าซื้อโรงงานของผู้ผลิตยุโรป ขณะที่ Chery เตรียมเริ่มผลิตรถยนต์ที่โรงงานในสเปน
ส่วน SAIC Motor มีแผนสร้างโรงงานแห่งแรกในสหภาพยุโรป และ Leapmotor เตรียมผลิตรถยนต์ร่วมกับ Stellantis ในสเปน ด้าน เอ็กซ์เผิง ก็กำลังมองหาโอกาสเข้าซื้อโรงงานในยุโรปเช่นกัน
นอกจากการลงทุนด้านการผลิตแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์จีนยังเร่งสร้างพันธมิตรกับบริษัทในยุโรปเพื่อขยายตลาด โดย Geely ซึ่งมีแบรนด์ในเครืออย่าง Volvo Cars, Polestar, Lotus, Lynk & Co และ Zeekr กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จีนที่มีส่วนแบ่งตลาดในยุโรปมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน รองลงมาคือ SAIC Motor, BYD และ Chery
สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการส่งออกรถจากจีนอีกต่อไป แต่กำลังเร่งสร้างฐานการผลิตและเครือข่ายธุรกิจในยุโรป เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและลดผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของ อียู
อย่างไรก็ดี การเติบโตของรถยนต์แบรนด์จีนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยุโรปเท่านั้น ก่อนหน้านี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากจีนยังสามารถแซงหน้ารถยนต์ญี่ปุ่นในตลาดรถนำเข้าของเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกเช่นกัน
ข้อมูลจากสมาคมผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เกาหลี ระบุว่า ในเดือนเมษายน รถยนต์นำเข้า จากยุโรปมียอดจดทะเบียนใหม่สูงสุด อยู่ที่จำนวน 16,385 คัน รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา 13,611 คัน ส่วนจีนอยู่อันดับ 3 จำนวน 2,023 คัน ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่อันดับ 4 จำนวน 1,974 คัน
นับเป็นครั้งแรกที่รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายสูงกว่ารถยนต์จากญี่ปุ่นในตลาดรถนำเข้าของเกาหลีใต้ โดยจีนมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 6 ขณะที่ญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5.8
โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก BYD เพียงรายเดียว ซึ่งทำยอดขายได้ 2,023 คันในเดือนเมษายน มากกว่ายอดขายรวมกันของ Lexus, Toyota และ Honda ที่ทำได้จำนวน 1,079 คัน, 829 คัน และ 66 คัน ตามลำดับ
