
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 80 จุด เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านได้โจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ โดยเป้าหมายที่สหรัฐฯ โจมตี ตามการเปิดเผยของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ประกอบด้วย ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ฐานยิงขีปนาวุธ และเรือขนาดเล็ก โดยระบุว่าจะโจมตีอิหร่านอีก ถ้าหากว่าอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้มีการเดินเรืออย่างเสรีเป็นเวลา 60 วัน ตามข้อตกลงหยุดยิง
มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งในอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐฯ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยการโจมตีเข้าใส่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน และคูเวต จำนวน 85 แห่ง พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
การโจมตีของอิหร่าน ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่พอใจอย่างมาก ทรัมป์ได้พูดกับผู้สื่อข่าวที่การประชุมนาโต ในประเทศตุรกีก่อนจะเดินทางกลับสหรัฐฯ ว่าเขาคิดว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ได้สิ้นสุดลงแล้ว และเขาคิดว่าการเจรจากับอิหร่านต่อไปเป็นเรื่อง “เสียเวลา”
การให้สัมภาษณ์ของทรัมป์สร้างความกังวลไปทั่วโลกว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจจะกลับมาสู้รบกันรุนแรงเหมือนเดิม และข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะเจรจากันสำเร็จ และต้องมีหลายประเทศเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย จะกลายเป็นโมฆะ
มูฮานาด เซลูม นักวิจัยจากสถาบันโดฮา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า ทางกองทัพสหรัฐฯ พยายามส่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างจำกัด และข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ว่าคำพูดของทรัมป์ที่ค่อนข้างยั่วยุและท้าทายอิหร่านอย่างเห็นได้ชัด ก็ทำให้ทุกคนไม่มั่นใจว่าสถานการณ์จะไม่ลุกลามรุนแรงมากไปกว่านี้
เซลูมยังคงมองว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการยกระดับการโจมตีให้รุนแรงไปมากกว่านี้ เพราะไม่เช่นนั้น สหรัฐฯ คงเลือกเป้าหมายโจมตีที่ทำให้อิหร่านเสียหายรุนแรงมากกว่านี้
สรุปข่าว
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 80 จุด เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านได้โจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ โดยเป้าหมายที่สหรัฐฯ โจมตี ตามการเปิดเผยของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ประกอบด้วย ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ฐานยิงขีปนาวุธ และเรือขนาดเล็ก โดยระบุว่าจะโจมตีอิหร่านอีก ถ้าหากว่าอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้มีการเดินเรืออย่างเสรีเป็นเวลา 60 วัน ตามข้อตกลงหยุดยิง
มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งในอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐฯ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยการโจมตีเข้าใส่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน และคูเวต จำนวน 85 แห่ง พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
การโจมตีของอิหร่าน ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่พอใจอย่างมาก ทรัมป์ได้พูดกับผู้สื่อข่าวที่การประชุมนาโต ในประเทศตุรกีก่อนจะเดินทางกลับสหรัฐฯ ว่าเขาคิดว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ได้สิ้นสุดลงแล้ว และเขาคิดว่าการเจรจากับอิหร่านต่อไปเป็นเรื่อง “เสียเวลา”
การให้สัมภาษณ์ของทรัมป์สร้างความกังวลไปทั่วโลกว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจจะกลับมาสู้รบกันรุนแรงเหมือนเดิม และข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะเจรจากันสำเร็จ และต้องมีหลายประเทศเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย จะกลายเป็นโมฆะ
มูฮานาด เซลูม นักวิจัยจากสถาบันโดฮา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า ทางกองทัพสหรัฐฯ พยายามส่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างจำกัด และข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ว่าคำพูดของทรัมป์ที่ค่อนข้างยั่วยุและท้าทายอิหร่านอย่างเห็นได้ชัด ก็ทำให้ทุกคนไม่มั่นใจว่าสถานการณ์จะไม่ลุกลามรุนแรงมากไปกว่านี้
เซลูมยังคงมองว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการยกระดับการโจมตีให้รุนแรงไปมากกว่านี้ เพราะไม่เช่นนั้น สหรัฐฯ คงเลือกเป้าหมายโจมตีที่ทำให้อิหร่านเสียหายรุนแรงมากกว่านี้
ฮาร์แลน อัลแมน อดีตนายทหารของกองทัพเรือสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราเช่นกันว่า การที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทรัมป์เดินทางไปร่วมการประชุมกับชาติสมาชิกนาโตที่ประเทศตุรกี เพื่อเพิ่มความตึงเครียดในที่ประชุม เนื่องจากทรัมป์กำลังไม่พอใจชาติสมาชิกนาโต ที่ไม่ยอมช่วยสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่าน และทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่ประชุมด้วย และการที่อิหร่านกำลังอยู่ในช่วงจัดพิธีศพให้กับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก็ทำให้สหรัฐฯ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการโจมตีอิหร่านกลับ
นอกจากนี้ อัลแมนมองว่า อิหร่านกำลังหาทางยืดระยะเวลา 60 วันในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างถาวรกับสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเดดไลน์ในเดือนสิงหาคมนี้ แต่เขาเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าการหยุดยิงจะสิ้นสุดลงแล้ว หรือยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย และยังพยายามหาทางแก้ไขสถานการณ์อยู่
- สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ มุ่งเป้าเมืองท่าในฮอร์มุซ
- มากกว่าเยือนฮาวาย? ปรับสมดุลมั่นคงสหรัฐฯ แต่ไม่ควรลืมมิตรอย่าง “จีน”
- ทรัมป์บอก MOU จบแล้ว อิหร่านย้ำสหรัฐฯ ละเมิด MOU
- ทรัมป์บอก "นายกฯ อิตาลี" นิสัยดีแต่ไม่ช่วยสหรัฐฯ หลังบาดหมางเรื่องขอถ่ายรูป
- สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ตอบโต้ที่เรือพาณิชย์ถูกโจมตี
ที่มาข้อมูล : Al Jazeera
ที่มารูปภาพ : Reuters
