
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งทางเศรษฐกิจของเอเชีย ทั้งฐานการผลิตที่ขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไป และการส่งออกที่เติบโตอย่างรวดเร็วแต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศที่มีประชากรกว่า 102 ล้านคน กลับกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่อาจกระทบการเติบโตในระยะยาว นั่นคือ "คนเกิดน้อยลง" และ "สังคมกำลังแก่เร็ว"
จากประเทศที่เคยใช้นโยบายควบคุมการมีบุตรไม่เกิน 2 คนมานานหลายสิบปี วันนี้รัฐบาลเวียดนามกลับเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ หันมาเดินหน้านโยบาย "กระตุ้นให้ประชาชนมีลูก" เพื่อชะลอวิกฤตประชากรและรับมือกับสังคมสูงวัย โดยจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 2568 เมื่อรัฐบาลยกเลิกนโยบายจำกัดการมีลูกไม่เกิน 2 คน ก่อนที่ วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายประชากรฉบับใหม่ ซึ่งเปิดทางให้ใช้มาตรการจูงใจประชาชนมีบุตรมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สรุปข่าว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งทางเศรษฐกิจของเอเชีย ทั้งฐานการผลิตที่ขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไป และการส่งออกที่เติบโตอย่างรวดเร็วแต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศที่มีประชากรกว่า 102 ล้านคน กลับกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่อาจกระทบการเติบโตในระยะยาว นั่นคือ "คนเกิดน้อยลง" และ "สังคมกำลังแก่เร็ว"
จากประเทศที่เคยใช้นโยบายควบคุมการมีบุตรไม่เกิน 2 คนมานานหลายสิบปี วันนี้รัฐบาลเวียดนามกลับเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ หันมาเดินหน้านโยบาย "กระตุ้นให้ประชาชนมีลูก" เพื่อชะลอวิกฤตประชากรและรับมือกับสังคมสูงวัย โดยจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 2568 เมื่อรัฐบาลยกเลิกนโยบายจำกัดการมีลูกไม่เกิน 2 คน ก่อนที่ วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายประชากรฉบับใหม่ ซึ่งเปิดทางให้ใช้มาตรการจูงใจประชาชนมีบุตรมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
มาตรการที่ออกมาครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มสิทธิ์ลาคลอดของคุณแม่ที่มีลูกคนที่สอง จาก 6 เดือนเป็น 7 เดือน เพิ่มวันลาของคุณพ่อจาก 5 วันทำงานเป็น 10 วัน สนับสนุนค่าตรวจสุขภาพก่อนคลอดและหลังคลอด รวมถึงมอบเงินอุดหนุนอย่างน้อย 2 ล้านดอง หรือประมาณ 2,500 บาท ให้กับผู้หญิงในบางกลุ่ม เช่น ผู้หญิงในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดต่ำ ผู้หญิงจากชนกลุ่มน้อย และผู้ที่มีลูก 2 คนก่อนอายุ 35 ปี
รัฐบาลยังเตรียมขยายสิทธิ์ด้านการตรวจสุขภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศในปีหน้า เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวทั้งหมดสะท้อนการเปลี่ยนแนวคิดครั้งสำคัญ จากเดิมที่มุ่งควบคุมจำนวนประชากร มาเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนตัดสินใจมีลูกด้วยความสมัครใจ
แต่คำถามสำคัญคือมาตรการเหล่านี้มากพอหรือไม่คำตอบจากคนเวียดนามจำนวนไม่น้อยคือ "ยังไม่พอ"หลายครอบครัวมองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่อยากมีลูก แต่เป็นเพราะค่าครองชีพ ค่าเลี้ยงดู การศึกษา และความมั่นคงทางการเงิน ทำให้หลายคนรู้สึกว่ายังไม่พร้อมสร้างครอบครัวทำให้อัตราเด็กต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ประชาชนมีอายุยืนขึ้นเกือบ 75 ปี และปัจจุบันกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของประเทศแล้ว และจะเพิ่มขึ้นเป็น1 ใน 4 ของประชากร ส่งผลให้ช่วงเวลาแห่ง "โบนัสทางประชากร" หรือช่วงที่คนวัยทำงานมีมากกว่าผู้สูงอายุและเด็ก จะสิ้นสุดลงในปี 2579
สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลจึงไม่ใช่แค่จำนวนเด็กที่เกิดน้อยลง แต่คือการที่เวียดนามกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ทั้งที่ระดับรายได้ของประเทศยังไม่สูงมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารโลกเคยเตือนว่า หากไม่เร่งปฏิรูปประเทศอาจเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว และภาระงบประมาณด้านสวัสดิการผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแห่งหนึ่งของเอเชีย อาจต้องเผชิญภาวะ "แก่ก่อนรวย" เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
- “โดดเดี่ยว-ต้นทุนสูง” ท้าทายสูงวัยยุคใหม่
- เวียดนามหนุนมีลูกคนที่ 2 รับวันลาคลอดเพิ่ม พร้อมเงินและสวัสดิการสุขภาพ
- “เวียดนาม” คงเป้าหมาย GDP โตที่ร้อยละ 10
- สินค้าจีน ทะลัก "เวียดนาม" ขาดดุลการค้าพุ่งสูงสุด เขย่าดาวรุ่งอาเซียน
- รัฐบาล เชื่อมธุรกิจ “ไทย-เวียดนาม” ดัน 5 อุตสาหกรรมอนาคต สร้างรายได้ จ้างงาน
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : TNN
