
สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์ (SMMT) เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ใหม่ของอังกฤษมีผลการดำเนินงานในเดือนมิ.ย. ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2562 โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 213,166 คัน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า
SMMT ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ครองส่วนแบ่งถึง 30% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในเดือนมิ.ย. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับความสนใจที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
สรุปข่าว
สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์ (SMMT) เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ใหม่ของอังกฤษมีผลการดำเนินงานในเดือนมิ.ย. ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2562 โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 213,166 คัน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า
SMMT ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ครองส่วนแบ่งถึง 30% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในเดือนมิ.ย. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับความสนใจที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การเติบโตของตลาดเป็นผลมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบรรดาผู้ผลิตในยานยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการเข้ามาดำเนินธุรกิจของแบรนด์ยานยนต์จำนวนมากที่เพิ่มขึ้นในตลาดอังกฤษ
ไมค์ ฮอว์ส ประธานบริหารของ SMMT กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในเดือนมิ.ย. มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในปีนี้ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ซื้อเลือกสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการดำเนินงานรายเดือนจะแข็งแกร่ง แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 25% ซึ่งแม้จะเป็นสถิติที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังคงต่ำกว่ามากจากเป้าหมายข้อบังคับของรัฐบาลที่กำหนดสัดส่วนยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ไว้ที่ 33%
ฮอว์สกล่าวว่า ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงขับเคลื่อนได้ไม่เร็วพอ แม้ว่าผู้ผลิตลงทุนเม็ดเงินหลายพันล้านในการพัฒนาและทำตลาดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าก็ตาม พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอังกฤษ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และปกป้องตำแหน่งงานในประเทศ
