เสี่ยง! "Apple" จ่อซื้อชิปจีนติดบัญชีดำฝ่าวิกฤต

Share on Line Share on Facebook Share on X

Apple (แอปเปิล) กำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากวิกฤตชิปหน่วยความจำทั่วโลก หลังความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทบต่อซัพพลายชิ้นส่วนสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค

รายงานระบุว่า แอปเปิลอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จีน 2 ราย ได้แก่ ฉางซิน เมมโมรี เทคโนโลยีส์ และ หยางจื่อ เมมโมรี เทคโนโลยีส์ โดยชิปที่จัดซื้อจะถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ของแอปเปิลที่จำหน่ายในตลาดจีนเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การเจรจาครั้งนี้ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย และถือเป็นดีลที่มีความอ่อนไหวสูง เพราะทั้ง ฉางซิน เมมโมรี เทคโนโลยีส์ และ หยางจื่อ เมมโมรี เทคโนโลยีส์ อยู่ในบัญชี Section 1260H ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการพัฒนากองทัพจีน

สรุปข่าว

วิกฤตชิปหน่วยความจำจากกระแส AI กำลังกดดันแอปเปิลอย่างหนัก ล่าสุดบริษัทเจรจาซื้อชิปจากผู้ผลิตจีน 2 ราย ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของเพนตากอน หวังล็อกซัพพลายสำหรับตลาดจีน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐฯ

Apple (แอปเปิล) กำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากวิกฤตชิปหน่วยความจำทั่วโลก หลังความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทบต่อซัพพลายชิ้นส่วนสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค

รายงานระบุว่า แอปเปิลอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จีน 2 ราย ได้แก่ ฉางซิน เมมโมรี เทคโนโลยีส์ และ หยางจื่อ เมมโมรี เทคโนโลยีส์ โดยชิปที่จัดซื้อจะถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ของแอปเปิลที่จำหน่ายในตลาดจีนเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การเจรจาครั้งนี้ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย และถือเป็นดีลที่มีความอ่อนไหวสูง เพราะทั้ง ฉางซิน เมมโมรี เทคโนโลยีส์ และ หยางจื่อ เมมโมรี เทคโนโลยีส์ อยู่ในบัญชี Section 1260H ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการพัฒนากองทัพจีน

แม้สถานะในบัญชีดังกล่าวจะไม่ได้ห้ามบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ทำธุรกรรมโดยตรง แต่ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังตึงเครียด

เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของแอปเปิลมาจากภาวะชิปหน่วยความจำขาดแคลนทั่วโลก ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ไมครอนของสหรัฐฯ รวมถึงซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ของเกาหลีใต้ ต่างเร่งปรับสายการผลิตไปเน้นชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ HBM ซึ่งใช้ในศูนย์ข้อมูล AI และให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ผลที่ตามมา คือชิปหน่วยความจำมาตรฐานสำหรับสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เริ่มตึงตัว ราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ปรับขึ้นอย่างมากตั้งแต่ต้นปี 2569 และสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก

สำหรับแอปเปิล การหาซัพพลายเออร์จีนจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการลดต้นทุน แต่กลายเป็นยุทธศาสตร์เพื่อรับประกันว่าบริษัทจะมีชิ้นส่วนเพียงพอสำหรับการผลิตสินค้าไปจนถึงปี 2570 โดยเฉพาะในตลาดจีน ซึ่งยังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของแอปเปิล

รายงานยังระบุว่า ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ได้พยายามหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอความชัดเจนด้านกฎระเบียบ เนื่องจากแอปเปิลกังวลว่า หากบริษัททำสัญญาขนาดใหญ่กับ ฉางซิน เมมโมรี 

เทคโนโลยีส์ หรือ หยางจื่อ เมมโมรี เทคโนโลยีส์ แล้วรัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรในภายหลัง ดีลเหล่านี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจทันที

ความเสี่ยงสำคัญ คือหากผู้ผลิตชิปจีนถูกย้ายไปอยู่ในบัญชี Entity List ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ การซื้อขายอาจถูกจำกัดอย่างเข้มงวด หรืออาจต้องขอใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งจะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของแอปเปิลโดยตรง

ขณะเดียวกัน ดีลนี้กำลังถูกจับตาอย่างหนักในวอชิงตัน โดยนักการเมืองและฝ่ายนิติบัญญัติบางส่วนมองว่า การพึ่งพาซัพพลายเออร์จีนที่มีความเชื่อมโยงด้านความมั่นคง อาจทำให้บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพิ่มการพึ่งพาจีนในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่ง

กรณีนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของแอปเปิลในยุค AI ที่บริษัทต้องรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงของซัพพลายเชน ต้นทุนการผลิต ตลาดจีน และแรงกดดันทางการเมืองจากสหรัฐฯ เพราะแม้แอปเปิลจะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอำนาจต่อรองสูงที่สุดในโลก แต่เมื่อ AI แย่งกำลังผลิตชิปหน่วยความจำไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลก็ต้องเลือกเส้นทางที่เสี่ยงมากขึ้น เพื่อให้สินค้ายังผลิตและส่งมอบได้ตามแผน 

แท็กบทความ