ชง ครม.รื้อกฎหมาย"จัดซื้อจัดจ้าง"สกัดทิ้งงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุถึงความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ว่า ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้ไปรับฟังความเห็น

หลังจากนั้นจะจัดทำร่างกฎหมายฉบับหลักและรับฟังความเห็นอีกครั้ง คาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอาจจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงกันยายนนี้


สรุปข่าว

รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายเล็งชง ครม. รื้อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใน 2 เดือน คุมเข้มผู้รับเหมาทิ้งงาน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุถึงความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ว่า ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้ไปรับฟังความเห็น

หลังจากนั้นจะจัดทำร่างกฎหมายฉบับหลักและรับฟังความเห็นอีกครั้ง คาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอาจจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงกันยายนนี้


การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ครั้งนี้ มี 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.ต้องการคุมเข้มการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ โดยจะเน้นการพิจารณาจากประโยชน์ของราชการ ความสามารถการปฏิบัติงานของคู่สัญญา ผลงานในอดีต เช่น ประวัติการทำงานเป็นอย่างไร ส่งงานตามกำหนด มีประวัติไม่ดีหรือไม่ ซึ่งจะนำมาเป็นเกณฑ์กำหนดรายละเอียดป้องกันไม่ให้คู่สัญญาทิ้งงาน 

2.กำหนดเกณฑ์รับผิดชอบของคู่สัญญาให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน อาทิ กำหนดในสัญญาหากมีความผิดพลาดหรือความเสียหายจากผู้รับเหมาคู่สัญญา เช่น เกิดอุบัติเหตุหรืออุปกรณ์ก่อสร้างตกลงมาโดนรถหรือประชาชนเสียหาย ถ้าไม่รุนแรงระยะแรกอาจตักเตือน แต่ถ้าเกิดซ้ำ ๆ กันประมาณ 3 ครั้ง รัฐสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที เพราะที่ผ่านมา การจะเลิกสัญญากับเอกชนที่ทำความเสียหาย ต้องผ่านหลายขั้นตอนใช้ระยะเวลานาน และหลายโครงการยังคงค้างไม่มีคนเข้าไปฟื้นฟูพัฒนาต่อได้ และ 3.ต้องมีการวางเงินประกันการอุทธรณ์ก่อนเริ่มงาน


ทั้งนี้ หลายโครงการของรัฐยังถูกปล่อยทิ้งร้าง ซึ่งขณะนี้ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า หลักเกณฑ์ต้องแยกระหว่าง “อาคารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ” กับ "”เรื่องทุจริต” ซึ่งหากโครงการใดเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะควรเร่งหาคนเข้ามารับช่วงทำต่อ ส่วนเรื่องตรวจสอบก็แยกไปดำเนินการ เพื่อให้โครงการที่เป็นประโยชน์ไม่ถูกปล่อยทิ้งร้าง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ย่อโลกเศรษฐกิจปกรณ์ นิลประพันธ์
คุมเข้มผู้รับเหมา
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินป.ป.ช.
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ