เปิดกรอบ 30 วัน สอบทุจริตบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ปลัดมหาดไทยยันฟันไม่เลี้ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดกรอบ 30 วัน สอบทุจริตบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ปลัดมหาดไทยยันฟันไม่เลี้ยง


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยกำชับให้ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด พร้อมเร่งดำเนินการยกเลิกและเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งหรือบรรจุผู้ที่ได้รับตำแหน่งโดยมิชอบตามกฎหมาย

การประชุมจัดขึ้นที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินคดีและการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต


สรุปข่าว

นายกรัฐมนตรีติดตามคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น สั่งเร่งลงโทษผู้กระทำผิดและเพิกถอนการบรรจุโดยมิชอบ ขณะที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันผลสอบภายในกระทรวงเสร็จแล้ว พร้อมเดินหน้าร่วมกับ ป.ป.ช. และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกำหนดกรอบดำเนินการเบื้องต้น 30 วัน


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยกำชับให้ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด พร้อมเร่งดำเนินการยกเลิกและเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งหรือบรรจุผู้ที่ได้รับตำแหน่งโดยมิชอบตามกฎหมาย

การประชุมจัดขึ้นที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินคดีและการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต


นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า การตรวจสอบในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาความผิดปกติและตรวจสอบข้าราชการในสังกัดที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าดำเนินการควบคู่กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขยายผลในทุกมิติ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีดังกล่าว โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมผู้แทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการ ก.พ. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นอิสระจากหน่วยงานต้นสังกัด

ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีอำนาจตรวจสอบข้อมูลได้อย่างเต็มที่ และกำหนดกรอบการดำเนินงานเบื้องต้นไว้ 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อนำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


สำหรับกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ชี้แจงว่า เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเพียงบางหน่วยงานและบุคลากรบางส่วนเท่านั้น ไม่ควรเหมารวมทั้งกระทรวง เนื่องจากยังมีอีกหลายกรมที่ปฏิบัติภารกิจดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยจะเร่งแก้ไขปัญหาและดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์