AOT รายได้เพิ่มหมื่นล้าน อานิสงส์ขึ้น PSC ลุยลงทุนดันไทยสู่ฮับการบิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
AOT รายได้เพิ่มหมื่นล้าน อานิสงส์ขึ้น PSC ลุยลงทุนดันไทยสู่ฮับการบิน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT บอกว่า ประเมินปริมาณผู้โดยสารรวม ปีงบประมาณ 2569 น่าจะอยู่ในระดับทรงตัว 126 ล้านคน จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีงบประมาณ 2570 สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารกลับมาเติบโตประมาณร้อยละ 2 หรือประมาณ  129 ล้านคนโดยเฉพาะตลาดระหว่างประเทศที่ยังมีศักยภาพสูง

สำหรับรายได้ในปีงบประมาณ 2570 บริษัทคาดว่าจะได้รับผลบวกเต็มปีจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยอัตราผู้โดยสารระหว่างประเทศปรับจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 390 บาทต่อคน หรือรายได้เพิ่มเข้ามาประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้รายได้กลุ่มธุรกิจการบินมีแนวโน้มเติบโตสูง ขณะที่รายได้ธุรกิจนอกกิจการการบิน ยังเติบโตต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์รอบสนามบิน โดยมีความชัดเจนแล้ว 3 โครงการในปีนี้ รวมไปถึงการเปิดผู้ให้บริการรายใหม่ในธุรกิจภาคพื้นและคาร์โก้


สรุปข่าว

AOT ประเมินผู้โดยสารปีงบฯ 2569 ทรงตัวที่ 126 ล้านคน จากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันสูง ก่อนกลับมาเติบโตในปี 2570 พร้อมรับอานิสงส์ขึ้นค่า PSC เต็มปี เดินหน้าลงทุน 3 แสนล้านบาท ขยายสนามบินหลักและภูมิภาค

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT บอกว่า ประเมินปริมาณผู้โดยสารรวม ปีงบประมาณ 2569 น่าจะอยู่ในระดับทรงตัว 126 ล้านคน จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีงบประมาณ 2570 สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารกลับมาเติบโตประมาณร้อยละ 2 หรือประมาณ  129 ล้านคนโดยเฉพาะตลาดระหว่างประเทศที่ยังมีศักยภาพสูง

สำหรับรายได้ในปีงบประมาณ 2570 บริษัทคาดว่าจะได้รับผลบวกเต็มปีจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยอัตราผู้โดยสารระหว่างประเทศปรับจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 390 บาทต่อคน หรือรายได้เพิ่มเข้ามาประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้รายได้กลุ่มธุรกิจการบินมีแนวโน้มเติบโตสูง ขณะที่รายได้ธุรกิจนอกกิจการการบิน ยังเติบโตต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์รอบสนามบิน โดยมีความชัดเจนแล้ว 3 โครงการในปีนี้ รวมไปถึงการเปิดผู้ให้บริการรายใหม่ในธุรกิจภาคพื้นและคาร์โก้


ด้านแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AOT เร่งผลักดันโครงการขยายท่าอากาศยานหลัก โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่อยู่ระหว่างเสนอแผนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคนต่อปี ขณะเดียวกันยังเดินหน้าแผนพัฒนาพื้นที่ด้านทิศใต้ ซึ่งเมื่อดำเนินการครบทุกระยะจะช่วยเพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารแตะ 100 ล้านคนต่อปี

ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง อยู่ระหว่างผลักดันโครงการอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 (Terminal 3) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารรวมเป็น 40 ล้านคนต่อปี ควบคู่กับการพัฒนาระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานภายในสนามบิน ขณะที่สนามบินภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงราย ต่างอยู่ระหว่างขยายอาคารผู้โดยสาร ปรับปรุงพื้นที่ และจัดทำแผนแม่บทเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

โดย AOT วางงบลงทุนรวมประมาณ 300,000 ล้านบาท ในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า เพื่อพัฒนาและขยายศักยภาทั้ง 6 สนามบิน โดยจะทยอยดำเนินการเป็นเฟสตามความต้องการใช้งานจริง ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีแรกคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 8-9 หมื่นล้านบาทโดยจะใช้งบของบริษัท เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและรายได้ที่เพิ่มขึ้นยังเพียงพอรองรับการลงทุนระยะต้น


นางสาวปวีณา บอกด้วยว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 AOT จะครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี บริษัทประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์พัฒนาท่าอากาศยานของประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-Class Aviation Hub) ภายใน ปี 2580  โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน

ที่มาข้อมูล : AOT

ที่มารูปภาพ : AOT