ฟิลิปปินส์หั่น GDP ปี 69 เหตุ"ราคาน้ำมันพุ่ง"

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฟิลิปปินส์หั่น GDP ปี 69 เหตุ"ราคาน้ำมันพุ่ง"

ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์เคยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโตได้ถึง 5%6% ในปีนี้ แต่ต้องปรับลดเป้าหมายดังกล่าวลง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นช่วงปลายเดือนก.พ. ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และผลักดันเงินเฟ้อในประเทศสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย ขณะเดียวกันยังทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง

ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายภาครัฐยังชะลอตัวจากกรณีอื้อฉาวการทุจริตในโครงการบรรเทาอุทกภัยมูลค่าหลายพันล้านเปโซ ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2569 เหลือเพียง 2.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% และชะลอตัวลงจากไตรมาส 4/2568 ที่มีการขยายตัว 3%



สรุปข่าว

อาร์เซนิโอ บาลิซาคาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ เผยรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2569 ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.5% 4.5% หลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และประเด็นทุจริตในโครงการภาครัฐ

ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์เคยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโตได้ถึง 5%6% ในปีนี้ แต่ต้องปรับลดเป้าหมายดังกล่าวลง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นช่วงปลายเดือนก.พ. ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และผลักดันเงินเฟ้อในประเทศสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย ขณะเดียวกันยังทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง

ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายภาครัฐยังชะลอตัวจากกรณีอื้อฉาวการทุจริตในโครงการบรรเทาอุทกภัยมูลค่าหลายพันล้านเปโซ ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2569 เหลือเพียง 2.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% และชะลอตัวลงจากไตรมาส 4/2568 ที่มีการขยายตัว 3%



เศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างน่าผิดหวังในไตรมาส 1 ตอกย้ำถึงผลกระทบที่เกิดจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ก็เผชิญกับแรงกดดันอยู่ก่อนแล้ว หลังมีการเปิดโปงกรณีการทุจริตเงินงบประมาณสาธารณะมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่จัดสรรไว้สำหรับโครงการควบคุมอุทกภัย 

ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 4.4% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดในรอบกว่าทศวรรษหากไม่นับรวมช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกทั้งยังส่งผลให้การลงทุนในภาครัฐและการบริโภคของภาคเอกชนชะลอตัวลงอย่างรุนแรง


ด้านธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่สอง และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นเวลานาน แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวแล้วก็ตาม

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN