วิกฤตหลังน้ำลด คนไทยเครียดหนี้สิน-ค่าซ่อม กลับมาใช้ชีวิตปกติอาจใช้เวลานานกว่าการระบายน้ำ

แม้ว่าวันนี้หลายพื้นที่น้ำลดลงแล้ว แต่ความทุกข์ยังไม่ลดตาม ภาพสะท้อนจาก บ้านและทรัพย์สินพังเสียหาย คือความกังวลอันดับหนึ่งของคนไทยในยามวิกฤติน้ำท่วม เพราะสิ่งที่ยังคงอยู่คือภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม การกลับคืนสู่ชีวิตปกติจึงกลายเป็นโจทย์ที่ยาวนานและยากยิ่งกว่าการระบายน้ำ เพราะการเริ่มต้นใหม่มีต้นทุนที่สูงลิ่ว การเยียวยาที่แท้จริงในสายตาประชาชนวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การฟื้นฟูบ้านเรือน แต่คือการเร่งสร้างความมั่นคง เพื่อให้พวกเขาสามารถ "ตั้งหลัก" และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
“ความกังวลและความคาดหวังของประชาชนต่อ การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม”
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความกังวลและความคาดหวังของประชาชนต่อ การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม” มุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่ มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 42 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9-12 ต.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. หลังเกิดน้ำท่วม เรื่องใดทำให้เครียด/กังวลมากที่สุด ?
- 38.8% ระบุ เครียด/กังวล เรื่องบ้านหรือทรัพย์สินเสียหาย สูงที่สุด )
- 24.8% กลัวน้ำท่วมซ้ำ
- 18.2% รายได้ลดหรือหนี้เพิ่ม
- 6.2% สุขภาพและโรคหลังน้ำ ท่วม
- 4.5% ความปลอดภัยของครอบครัว
- 4.5% ไม่ได้รับผลกระทบ
- 1.0% ไม่รู้สึกเครียดหรือกังวล
- 1.0% งานหรือการเรียนสะดุด
- 1.0% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
น้ำลดแต่ความกังวลอาจจะไม่ได้ลดตาม เพราะยังมีทั้งความเสียหายที่ต้องจัดการ ภาระทางการเงิน และความกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำ การฟื้นตัวจึงมีทั้งเรื่องของที่อยู่อาศัย ปากท้อง และความมั่นใจว่าจะ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง
2. คนมอง “หนี้สินและค่าซ่อมแซม” จะเป็นปัญหายืดเยื้อหลังน้ำลด รวมถึงรายได้และอาชีพที่ยังไม่ฟื้น
- 37.3% ระบุว่า หนี้สินและค่าซ่อมแซม เป็นปัญหาที่น่าจะกระทบผู้ประสบภัยนานที่สุด
- 18.3% ปัญหารายได้และอาชีพยังไม่ฟื้น
- 10.6% พื้นที่เกษตรและผลผลิตเสียหาย
- 10.4% ปัญหาความเครียดและกลัวน้ำท่วมซ้ำ
- 7.5% ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย
- 7.4% ปัญหาขยะ น้ำ เสีย และสิ่งแวดล้อม
- 5.0% โรคและปัญหาสุขภาพ
- 2.6% การเรียนของเด็กหยุดชะงัก
- 0.9% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
สะท้อนว่า การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอาจใช้เวลานานกว่าการระบายน้ำออกจากพื้นที่ความเสียหาย ฟื้นฟูได้ยากเมื่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเกิดขึ้นพร้อมกับรายได้ที่ยังไม่กลับมา จึงถูกมองเป็นปัญหายืดเยื้อ หลังน้ำลด
สรุปข่าว
แม้ว่าวันนี้หลายพื้นที่น้ำลดลงแล้ว แต่ความทุกข์ยังไม่ลดตาม ภาพสะท้อนจาก บ้านและทรัพย์สินพังเสียหาย คือความกังวลอันดับหนึ่งของคนไทยในยามวิกฤติน้ำท่วม เพราะสิ่งที่ยังคงอยู่คือภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม การกลับคืนสู่ชีวิตปกติจึงกลายเป็นโจทย์ที่ยาวนานและยากยิ่งกว่าการระบายน้ำ เพราะการเริ่มต้นใหม่มีต้นทุนที่สูงลิ่ว การเยียวยาที่แท้จริงในสายตาประชาชนวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การฟื้นฟูบ้านเรือน แต่คือการเร่งสร้างความมั่นคง เพื่อให้พวกเขาสามารถ "ตั้งหลัก" และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
“ความกังวลและความคาดหวังของประชาชนต่อ การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม”
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความกังวลและความคาดหวังของประชาชนต่อ การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม” มุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่ มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 42 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9-12 ต.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. หลังเกิดน้ำท่วม เรื่องใดทำให้เครียด/กังวลมากที่สุด ?
- 38.8% ระบุ เครียด/กังวล เรื่องบ้านหรือทรัพย์สินเสียหาย สูงที่สุด )
- 24.8% กลัวน้ำท่วมซ้ำ
- 18.2% รายได้ลดหรือหนี้เพิ่ม
- 6.2% สุขภาพและโรคหลังน้ำ ท่วม
- 4.5% ความปลอดภัยของครอบครัว
- 4.5% ไม่ได้รับผลกระทบ
- 1.0% ไม่รู้สึกเครียดหรือกังวล
- 1.0% งานหรือการเรียนสะดุด
- 1.0% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
น้ำลดแต่ความกังวลอาจจะไม่ได้ลดตาม เพราะยังมีทั้งความเสียหายที่ต้องจัดการ ภาระทางการเงิน และความกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำ การฟื้นตัวจึงมีทั้งเรื่องของที่อยู่อาศัย ปากท้อง และความมั่นใจว่าจะ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง
2. คนมอง “หนี้สินและค่าซ่อมแซม” จะเป็นปัญหายืดเยื้อหลังน้ำลด รวมถึงรายได้และอาชีพที่ยังไม่ฟื้น
- 37.3% ระบุว่า หนี้สินและค่าซ่อมแซม เป็นปัญหาที่น่าจะกระทบผู้ประสบภัยนานที่สุด
- 18.3% ปัญหารายได้และอาชีพยังไม่ฟื้น
- 10.6% พื้นที่เกษตรและผลผลิตเสียหาย
- 10.4% ปัญหาความเครียดและกลัวน้ำท่วมซ้ำ
- 7.5% ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย
- 7.4% ปัญหาขยะ น้ำ เสีย และสิ่งแวดล้อม
- 5.0% โรคและปัญหาสุขภาพ
- 2.6% การเรียนของเด็กหยุดชะงัก
- 0.9% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
สะท้อนว่า การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอาจใช้เวลานานกว่าการระบายน้ำออกจากพื้นที่ความเสียหาย ฟื้นฟูได้ยากเมื่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเกิดขึ้นพร้อมกับรายได้ที่ยังไม่กลับมา จึงถูกมองเป็นปัญหายืดเยื้อ หลังน้ำลด
3. เกือบครึ่ง ต้องการให้ช่วยเหลือเงินเยียวยามากที่สุด ตามด้วยซ่อมบ้านและลดภาระหนี้
- 40.5% เห็นว่า ภาครัฐควรจ่ายเงินเยียวยามากที่สุด
- 21.6% ควรช่วยซ่อมบ้านและทรัพย์สินจำเป็น
- 12.1% พักหนี้หรือลดภาระค่าใช้จ่าย
- 9.6% ชดเชยความเสียหายด้านเกษตร, 5.5% ให้ทุนฟื้นฟูอาชีพและธุรกิจ
- 4.4% ดูแลความเครียดและ สุขภาพจิต
- 3.2% ตรวจสุขภาพและป้องกันโรค
- 1.7% ฟื้นฟูถนน สถานที่ราชการ และสาธารณูปโภค
- 1.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
การเริ่มต้นใหม่หลังน้ำลดมีต้นทุน ทั้งเงินที่ต้องใช้ บ้านที่ต้องซ่อม และภาระที่ยังต้องจ่าย ความ ช่วยเหลือที ่ได้รับความสำคัญจึงเน้นการทำให้ครัวเรือนตั้งหลักได้ สะท้อนว่า การฟื้นฟูในสายตาประชาชน เริ่มจากความสามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน
4. ประชาชนให้ความสำคัญกับของยังชีพและเงินฉุกเฉิน - สี่พื้นที่เน้นเตรียมของจำเป็น ภาคกลางเน้น ปรับบ้าน ภาคตะวันออกเน้นรู้ทางอพยพ
• สิ่งที่จะเตรียมก่อน เพื่อรับมือภัยในอนาคต: 31.0% เลือกเตรียมอาหาร น้ำ ยา และถุงยังชีพ สูงที่สุด รองลงมา 22.1% สำรองเงินฉุกเฉิน, 17.2% ปรับบ้าน ระบบไฟฟ้า หรือทางระบายน้ำ, 11.1% เก็บเอกสารและของสำคัญ, 6.9% เข้าร่วมกลุ ่มแจ้งเตือนของชุมชน, 5.0% ศึกษาเส้นทางและจุดอพยพ, 3.4% วางแผนดูแลกลุ ่มเปราะบางและสัตว์เลี้ยง, 2.1% ยังไม่มีแผนเพิ่มเติม และ 1.2% ไม่แน่ใจ/ไม่มี ความเห็น
• รายภาค: กรุงเทพมหานคร (44.1%), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (38.5%), ภาคเหนือ (32.5%) และ ภาคใต้ (31.7%) เลือกเตรียมอาหาร น้ำ ยา และถุงยังชีพ สูงสุด
• ภาคกลาง (35.3%) เลือกปรับบ้าน ระบบไฟฟ้า หรือทางระบายน้ำ สูงสุด ส่วนภาคตะวันออก (21.5%) เลือกศึกษาเส้นทางและจุดอพยพ สูงสุด
สะท้อนการให้น้ำหนักกับสิ่งใกล้ตัวที่ครัวเรือนเตรียมได้ และความพร้อมรับภัยมีจุดเริ่มต้นต่างกันในแต่ ละพื้นที่ ทั้งการมีของจำเป็นประคองชีวิต การทำให้บ้านรับมือภัยได้ และการรู้ว่าจะออกจากพื้นที่อย่างไร
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 42 การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมต้องครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และ สภาพจิตใจของผู้ประสบภัย ภาครัฐจึงควรเชื่อมโยงการจ่ายเงินเยียวยาที่รวดเร็วและทั่วถึงกับการฟื้นฟูที่อยู่ อาศัย การบรรเทาภาระหนี้ และการสนับสนุนอาชีพ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิต
ขณะเดียวกัน ควร ส่งเสริมการเตรียมพร้อมระดับครัวเรือนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ ทั้งสิ่งของ จำเป็น เงินสำรอง การปรับปรุงบ้าน และแผนอพยพ เพื่อให้การฟื้นฟูช่วยให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิต ได้อย่างมั่นคง พร้อมลดความเปราะบางต่อภัยในอนาคต

- ปภ. โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 3,037 ล้าน วันนี้รอโอนเพิ่มอีก 149,911 ครัวเรือน
- กทม. เคลียร์ชัด 4 สาเหตุ เงินเยียวยาน้ำท่วมได้ต่างกัน-เงินเข้าช้า?
- เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ล่าสุดโอนให้ประชาชนครอบคลุมพื้นที่ 39 จังหวัด
- กางแผน 3 เส้นทาง เร่งระบายน้ำท่วมพื้นที่องครักษ์ คาดคลี่คลายใน 7 วัน
- กทม. เสริมทีม “เขตบัดดี้” รับลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม เปิดบริการทุกวัน
ที่มาข้อมูล : สถาบันพระปกเกล้า
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
