จมน้ำ 38 วัน ชะตากรรม ลุ่มน้ำบางปะกง น้ำจะระบายไปไหน?

Share on Line Share on Facebook Share on X
จมน้ำ 38 วัน  ชะตากรรม ลุ่มน้ำบางปะกง น้ำจะระบายไปไหน?

ถ้าต้องใช้เวลา 38 วัน...
กว่าจะระบายน้ำออกจาก 3 จังหวัดลุ่มน้ำบางปะกง ใน จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา

คำถามคือ คนที่กำลังจมน้ำ จะรอไหวหรือไม่?


38 วัน คือระยะเวลาที่ สทนช. ประเมินว่าต้องใช้ในการระบายน้ำรวมมากกว่า 2,105 ล้านลูกบาศก์เมตร ออกจากพื้นที่

ภายใต้เงื่อนไขสำคัญฝนต้องไม่ตกเติม
และน้ำทะเลต้องไม่หนุน

แต่ในสถานการณ์จริง
แทบไม่มีใครรับประกันได้ว่า
จะไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาเติมน้ำในระบบ

ที่สำคัญ ขนาดของพื้นที่น้ำท่วมครั้งนี้ ยังมากกว่าสถิติสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ในปี 2556 ถึงกว่า 60,000 ไร่

นั่นหมายความว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงน้ำจำนวนมาก

แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ยังขยายกว้างกว่าสถิติเดิมอย่างชัดเจน

สรุปข่าว

ทำไมต้องใช้เวลาถึง 38 วันในการระบายน้ำออกจาก 3 จังหวัดลุ่มน้ำบางปะกง? เปิดข้อจำกัดของ “คอขวด” แม่น้ำบางปะกง เมื่อมวลน้ำจากนครนายกและปราจีนบุรีไหลมารวมกัน ก่อนลงสู่อ่าวไทย และคำถามสำคัญที่มากกว่าการระบายน้ำ คือ จะให้พื้ที่ไหนรับน้ำ?

ถ้าต้องใช้เวลา 38 วัน...
กว่าจะระบายน้ำออกจาก 3 จังหวัดลุ่มน้ำบางปะกง ใน จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา

คำถามคือ คนที่กำลังจมน้ำ จะรอไหวหรือไม่?


38 วัน คือระยะเวลาที่ สทนช. ประเมินว่าต้องใช้ในการระบายน้ำรวมมากกว่า 2,105 ล้านลูกบาศก์เมตร ออกจากพื้นที่

ภายใต้เงื่อนไขสำคัญฝนต้องไม่ตกเติม
และน้ำทะเลต้องไม่หนุน

แต่ในสถานการณ์จริง
แทบไม่มีใครรับประกันได้ว่า
จะไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาเติมน้ำในระบบ

ที่สำคัญ ขนาดของพื้นที่น้ำท่วมครั้งนี้ ยังมากกว่าสถิติสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ในปี 2556 ถึงกว่า 60,000 ไร่

นั่นหมายความว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงน้ำจำนวนมาก

แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ยังขยายกว้างกว่าสถิติเดิมอย่างชัดเจน

แล้วทำไมการระบายน้ำ
จึงใช้เวลานานขนาดนี้?

เพราะมวลน้ำจากหลายพื้นที่
กำลังไหลมารวมกัน

ในจุดที่ “ทางออกมีจำกัด”

น้ำจากนครนายกและปราจีนบุรี
กำลังไหลมารวมกันที่ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะไหลเข้าสู่แม่น้ำบางปะกง
และลงสู่อ่าวไทย


ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์
อดีตเลขาธิการ สทนช. และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน
ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกข่าวร้อนว่า

ขณะนี้ อำเภอบ้านสร้าง
เปรียบเหมือนจุดรวมของมวลน้ำก้อนใหญ่ แต่เมื่อเข้าสู่แม่น้ำบางปะกง
การระบายน้ำกลับทำได้ยากขึ้น

เพราะแม่น้ำบางปะกงมีลักษณะ คดเคี้ยวพื้นที่ตอนปลายยังเป็น ดินอ่อน

และการระบายน้ำยังต้องเผชิญกับ
ระดับน้ำทะเล ทั้งหมดนี้คือข้อจำกัดทางกายภาพของการระบายน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง


เมื่อมวลน้ำมหาศาลไหลมาพร้อมกัน

ข้อจำกัดเหล่านี้จึงกลายเป็น“คอขวด” ของระบบระบายน้ำที่เชื่อมโยงทั้งนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา

ดร.สมเกียรติ มองว่า
สิ่งที่ทำได้ในเวลานี้ คือเร่งสูบน้ำ

เพิ่มเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มกำลังการระบายให้มากที่สุด

อีกทางหนึ่งคือ การ “เบี่ยงน้ำ”

แต่คำถามต่อมาคือจะเบี่ยงไปไหน?

เพราะพื้นที่ปลายทางเองส่วนใหญ่ก็มีน้ำอยู่แล้ว

เมื่อเอาน้ำจากพื้นที่หนึ่ง
ไปใส่อีกพื้นที่หนึ่ง

ปัญหาจึงไม่ใช่แค่จะระบายน้ำอย่างไร

แต่กลายเป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่าจะให้ใครรับน้ำ?

นี่คือจุดที่วิกฤตน้ำไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิคอีกต่อไป

แต่มันคือเรื่องของ การตัดสินใจ

เพราะเมื่อทุกพื้นที่ต่างก็ไม่พร้อมรับน้ำเพิ่มคนที่มีอำนาจตัดสินใจ
ต้องตอบให้ได้ว่าจะให้น้ำไปทางไหน
เพื่อให้ความเสียหายโดยรวม
น้อยที่สุด

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN