เตือนน้ำทะเลหนุนถึง 4 ต.ค. จับตากระทบระบายน้ำ กทม.-ปริมณฑล

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือนน้ำทะเลหนุนถึง 4 ต.ค. จับตากระทบระบายน้ำ กทม.-ปริมณฑล

สถานการณ์น้ำยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ของประเทศยังมีน้ำท่วมขัง ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. แจ้งเตือนภาวะน้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดบริเวณปากแม่น้ำสายสำคัญ

ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 ระบุว่า ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 29 จังหวัด 151 อำเภอ รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 576,000 ครัวเรือน หรือกว่า 1.79 ล้านคน

พื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ไปจนถึงภาคตะวันออก

น้ำทะเลหนุนถึง 4 ต.ค. เพิ่มโจทย์การระบายน้ำ

สทนช.แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 29 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 โดยมีปัจจัยจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ ช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำจากแม่น้ำออกสู่ทะเล ขณะที่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง หากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมในช่วงเวลาเดียวกัน จำเป็นต้องติดตามระดับน้ำและการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เฝ้าระวังประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร

เส้นทางสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับแจ้งให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

สรุปข่าว

สทนช.เตือนน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 29 ก.ย.-4 ต.ค. อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำใน กทม.-ปริมณฑลและพื้นที่ริมแม่น้ำสำคัญ ขณะที่ ปภ.รายงานน้ำท่วม 29 จังหวัด 151 อำเภอ กระทบกว่า 576,000 ครัวเรือน หรือมากกว่า 1.79 ล้านคน พร้อมเฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่

สถานการณ์น้ำยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ของประเทศยังมีน้ำท่วมขัง ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. แจ้งเตือนภาวะน้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดบริเวณปากแม่น้ำสายสำคัญ

ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 ระบุว่า ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 29 จังหวัด 151 อำเภอ รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 576,000 ครัวเรือน หรือกว่า 1.79 ล้านคน

พื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ไปจนถึงภาคตะวันออก

น้ำทะเลหนุนถึง 4 ต.ค. เพิ่มโจทย์การระบายน้ำ

สทนช.แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 29 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 โดยมีปัจจัยจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ ช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำจากแม่น้ำออกสู่ทะเล ขณะที่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง หากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมในช่วงเวลาเดียวกัน จำเป็นต้องติดตามระดับน้ำและการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เฝ้าระวังประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร

เส้นทางสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับแจ้งให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

29 จังหวัดยังมีน้ำท่วม กระทบกว่า 1.79 ล้านคน

ข้อมูล ปภ. ระบุพื้นที่ประสบสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 28 กันยายน กระจายอยู่ใน 29 จังหวัด ได้แก่

ภาคเหนือ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์

ภาคกลางและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

ส่วนภาคตะวันออก ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาพรวมมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 151 อำเภอ มากกว่า 576,000 ครัวเรือน และประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,790,000 คน

29 ก.ย. ฝนยังหนักหลายพื้นที่

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศวันที่ 29 กันยายน ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก ส่วนเชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ มีฝนตกหนักบางแห่ง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์

ภาคกลาง รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมากในนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออกมีฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่ พร้อมเตือนฝนตกหนักมากในนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีฝนประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา และภูเก็ต

จับตา 30 ก.ย.-4 ต.ค. ฝนและน้ำทะเลหนุน

ช่วงวันที่ 30 กันยายน-4 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

ช่วงเวลาดังกล่าวยังตรงกับการเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และพื้นที่ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และบางปะกง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจาก สทนช. ปภ. กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานท้องถิ่น เนื่องจากฝนตกหนักและฝนสะสมยังเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังได้ในบางพื้นที่

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์