สรุปสถานการณ์น้ำท่วมกทม. 28 ก.ย. 69 ชุมชน 6 แห่งน้ำท่วมสูง - 8 เส้นทางควรเลี่ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมกทม. 28 ก.ย. 69 ชุมชน 6 แห่งน้ำท่วมสูง - 8 เส้นทางควรเลี่ยง

วันนี้ (28 กันยายน 2569) เวลา 10.40 น. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสถานการณ์น้ำท่วมผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยรายงานสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำ และพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ประกอบการวางแผนเดินทางและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สรุปข่าว

รัฐบาลเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมในหลายพื้นที่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะกาญจนบุรี เพชรบุรี และระยอง กทม. ยังมี 6 ชุมชนที่น้ำท่วมสูง ขณะที่ 8 เส้นทางยังมีน้ำท่วมขัง แนะประชาชนหลีกเลี่ยง นายกฯ เร่งเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชน

วันนี้ (28 กันยายน 2569) เวลา 10.40 น. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสถานการณ์น้ำท่วมผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยรายงานสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำ และพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ประกอบการวางแผนเดินทางและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายเอกภพกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก ประกอบกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันยังคงระบายน้ำในอัตรา 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยยังไม่มีการเพิ่มอัตราการระบาย ขณะที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนในพื้นที่ภาคเหนือยังมีศักยภาพรองรับน้ำได้อีก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำหลังเขื่อนเจ้าพระยา จะใช้วิธีระบายน้ำแบบก้างปลา โดยพื้นที่รับน้ำส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ก่อนที่มวลน้ำจะไหลผ่านจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานครลงสู่อ่าวไทย

สถานการณ์น้ำท่วม กทม. ฝนเริ่มลดลง แต่ยังมี 6 ชุมชนจมน้ำ

สำหรับสถานการณ์กรุงเทพมหานคร ปริมาณฝนเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มฝนเคลื่อนตัวจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคตะวันตก คาดว่าวันที่ 29 กันยายนนี้ กรุงเทพมหานครจะมีฝนตกน้อยลง

ขณะนี้หลายพื้นที่สามารถระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่องและกลับมาสัญจรได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีชุมชนและซอยที่มีน้ำท่วมสูง 6 แห่ง ได้แก่

  • เคหะคลองจั่น
  • เคหะร่มเกล้า
  • เคหะรามอินทรา
  • ซอยประเสริฐมนูกิจ 27
  • ซอยลาดพร้าว 101/1
  • ซอยรามคำแหง 24

รัฐบาลขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นลำดับสำคัญ โดยประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือกรุงเทพมหานคร โทร. 1555

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่ต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เขตยานนาวา บางคอแหลม คลองเตย วัฒนา สวนหลวง พระโขนง บางนา บางกะปิ และบางส่วนของเขตสะพานสูง

เตือน 3 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม กาญจนบุรี - เพชรบุรี - ระยอง

สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม มีรายละเอียดดังนี้

1. กาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มวลฝนเคลื่อนตัวเข้ามาและมีปริมาณฝนสะสมสูง ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีศักยภาพรองรับน้ำ และอยู่ระหว่างลดการระบายน้ำ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในอำเภอหนองปรือและอำเภอบ่อพลอย ติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้าย หากได้รับการแจ้งเตือน

2. เพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรีเป็นพื้นที่เฝ้าระวังใหม่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด และอำเภอเมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่เหนือเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ

จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

3. ระยอง

จังหวัดระยองมี 2 จุดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยจุดแรกคืออ่างเก็บน้ำประแสร์ ซึ่งเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 กันยายน มีปริมาณน้ำประมาณ 331 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 112.60% ของความจุ จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านทางระบายน้ำล้น (Spillway) โดยพื้นที่อำเภอแกลงและอำเภอวังจันทร์อาจได้รับผลกระทบ

ส่วนจุดที่ 2 คือเขื่อนดินเขาจุก อ่างเก็บน้ำคลองระโอก ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเขื่อนไม่ได้แตก แต่บริเวณหูทางระบายน้ำล้นฝั่งขวาได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะของน้ำ ขณะนี้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไข

พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง และตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

รัฐบาลเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย สั่งลดระบายน้ำเขื่อนขุนด่านฯ

นายเอกภพกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนว่า กระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ได้จัดทำแนวกั้นน้ำและอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว แม้ระดับน้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลจะอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่สูงเกินแนวกั้น ขณะที่ระบบน้ำและไฟฟ้าของโรงพยาบาลยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างพิจารณาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

ส่วนจังหวัดนครนายก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล เพื่อบรรเทาผลกระทบในพื้นที่อำเภอเมืองนครนายก รวมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกัน แจ้งเตือนประชาชน และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายกฯ เรียกประชุมเร่งเยียวยาและฟื้นฟูน้ำท่วม

ด้านการเยียวยาและฟื้นฟู นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรุงเทพมหานครในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อเริ่มกระบวนการเยียวยาและฟื้นฟูผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมโดยทันที โดยจะนำข้อมูลความเสียหายจากพื้นที่มาประกอบการพิจารณาจัดทำคำของบประมาณสำหรับการเยียวยาในขั้นต่อไป

นายเอกภพกล่าวว่า รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรุงเทพมหานคร จะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมส่งกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน

เช็ก 8 เส้นทางน้ำท่วม กทม. แนะประชาชนหลีกเลี่ยง

ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งประชาชนควรหลีกเลี่ยงหรือใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง รวม 8 เส้นทาง ได้แก่

  1. ถนนรามคำแหง ช่วงพระราม 9–แยกลำสาลี และซอยรามคำแหง 24
  2. ถนนเสนานิคม
  3. ถนนศรีนครินทร์ ช่วงแยกลำสาลี–ถนนพัฒนาการ
  4. ถนนลาดพร้าว ช่วงแยกประดิษฐ์มนูธรรม–แยกแฮปปี้แลนด์
  5. ถนนงามวงศ์วาน ช่วงหน้าซอยชินเขต
  6. ถนนนักกีฬาแหลมทอง
  7. ถนนสีหบุรานุกิจ
  8. ถนนเสรีไทย ช่วงแยกศรีบูรพาถึงจุดตัดถนนลาดพร้าว

ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สามารถโทร. 1669 ส่วนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วไปสามารถติดต่อได้ที่ 1555 สำหรับผู้ที่ประสงค์สนับสนุนสิ่งของหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือ สามารถประสานได้ที่หมายเลข 02 248 5115 หรือ 1555

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย