นายกฯ กำชับทุกจังหวัดเร่งมือ! สำรวจ-ส่งข้อมูลผู้ประสบภัย จ่ายเยียวยาให้เร็วที่สุด

นายกฯประชุมน้ำท่วมล่าสุด 7 ต.ค.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ
โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล
สรุปข่าว
นายกฯประชุมน้ำท่วมล่าสุด 7 ต.ค.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ
โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล
ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้กล่าวเปิดการประชุม โดยระบุว่า วันนี้ขอประชุมเร็วขึ้น เนื่องจากในวันนี้ตนจะต้องเดินทางไปราชการที่สิงคโปร์ และจะเดินทางกลับมาในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นพรุ่งนี้เช้า (8 ต.ค.) อาจจะต้องรบกวนให้ รองนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมแทน แต่หากมีเรื่องด่วนก็จะประชุมออนไลน์เข้ามา
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมต่อเนื่องกันมาเป็นวันที่ 8 แล้ว สถานการณ์ถือว่าปรับระดับขึ้นมาอยู่ในสถานการณ์ที่มีโอกาสเป็นปกติมากขึ้นในทุกพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่ในบางจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์ที่ไม่สามารถระบายน้ำ หรือ ยังมีสภาวะน้ำท่วมขังอยู่
ซึ่งในพื้นที่เหล่านั้นทางคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานราชการได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และได้มีการบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความช่วยเหลือแก่ประชาชนมากที่สุด เช่นในจังหวัดปราจีนบุรีที่ถือว่าได้รับผลกระทบหนักมาก รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา และเขตปริมณฑลอีกหลายจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดได้รับการหารือและแลกเปลี่ยนกัน ทำให้การเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่สามารถทำได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนแล้ว ในขณะเดียวกันก็ทราบมาว่าช่วงนี้ยังมีปริมาณฝนเป็นจำนวนมาก และกำลังเข้าทางภาคใต้ อย่างที่ระนองเมื่อวานก็เห็นว่ามีสภาวะน้ำท่วมเช่นกัน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องทรัพยากร ซัพพลายเชน อาหาร เส้นทางคมนาคม และการขนส่ง
กำชับผู้ว่าฯ เตรียมพร้อม-ดูแลประชาชน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกำชับกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ว่าช่วงวันแรกที่เกิดเหตุจะต้องลำเลียงอาหาร วัตถุดิบ และซัพพลายเชน โดยเฉพาะน้ำดื่มให้พร้อม เนื่องจากเส้นทางสัญจรจะถูกตัดขาด ทำให้ประชาชนไม่มีเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมยกตัวอย่างกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ปีที่แล้ว ช่วงที่ตนลงพื้นที่ไม่มีอาหาร วัตถุดิบ หรือ ร้านค้าแม้แต่ร้านเดียว หายกับตา เพราะถูกกักตุนถูกซื้อจนหมด และไม่สามารถนำเข้าจากพื้นที่อื่นได้
ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยย้ำว่า น้ำท่วมเรายังสามารถจัดหาศูนย์พักพิงได้ แต่ถ้าเข้ามาแล้ว ไม่มีอาหารหรือน้ำดื่ม อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นปัญหาอย่างยิ่ง เพราะมากกว่า 80% ร้านค้าหายไปกับน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องสร้างเครือข่าย ทั้งระดับตลาด การขนส่งอาหาร และระดับห้างในการสนับสนุนซึ่งกันและกัน
เรื่องถุงยังชีพในกรณีที่จะไปแจก
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ขอให้ดูสิ่งของที่จะใส่ในถุงยังชีพให้ดี และขอให้เป็นของที่สามารถเปิดแล้วรับประทานได้เลย ถ้าถูกตัดขาดจากไฟและน้ำจะไปแจกข้าวสารไม่ได้ จึงขอให้เป็นอาหารสำเร็จรูปให้มากที่สุดส่วนช่วงที่อยู่ในการฟื้นฟูและต้องมีการนำถุงยังชีพให้ ถ้าเขามีน้ำ มีไฟแล้วก็ค่อยคิดอีกรูปแบบอื่น ไม่ใช่แจกจนสถานการณ์เป็นปกติแล้วก็ยังแจกอยู่ เพราะงบประมาณมีจำกัด การช่วยเหลือยังต้องกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆอีกมาก
ดังนั้นขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยกาชาด ประสานความร่วมมือกับผู้มีจิตศรัทธาให้ดำเนินการไปตามนี้ เพื่อกระจายความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนเข้าใจดีว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มจะล้าแล้ว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่หน้างาน เพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศหลายวัน จึงส่งผลต่อสภาพจิตใจของทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องมีกำลังใจที่จะต่อสู้ โดยยึดถือว่าเรากำลังให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่
ก่อนระบุถึงสถานการณ์ในภาพรวม ว่า น้ำส่วนใหญ่ถูกระบายออกไปแล้ว แต่ยังมีเพียงบางจังหวัดและบางพื้นที่ที่มีอุปสรรคจริงๆ ที่ยังไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้ ฉะนั้นแผนการระบายน้ำจะต้องถูกนำขึ้นมาปัดฝุ่น ปรับปรุงและแก้ไขให้เกิดความสะดวกสูงสุดในการที่จะระบายน้ำออกไป ส่วนใครที่จะต้องดูแลในเรื่องนี้ ขอให้แบ่งปันข้อมูลกับทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และจังหวัด เพื่อให้การวางแผนระบายน้ำ เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย เพราะในทุกๆครั้งที่มีอุปสรรคในการดำเนินการปัญหาสภาวะวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือระหว่างจังหวัดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าต้องไม่ใช่แค่แก้ไขปัญหาเฉพาะเขตของตนเอง แต่ต้องใช้ข้อมูลกับจังหวัดข้างเคียงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นไปได้ในระดับกระทรวงก็ต้องเป็นผู้ประสานข้อมูลเหล่านั้น เพื่อวางแผนการระบายน้ำระหว่างจังหวัด และเกิดการสื่อสารมีประสิทธิภาพ จะได้สามารถระบายน้ำข้ามพื้นที่ได้ และระบายลงสู่แหล่งรับน้ำ ฉะนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะต้องประชุมกันทุกวันในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อนำเนื้อหามาสรุปในที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ทุกวัน
เรื่องการเยียวยา
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของพื้นที่ที่เราได้ไปสำรวจแล้ว ขอให้เร่งส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับเงินเยียวยามายัง ปภ. เพื่อความรวดเร็วที่สุด ซึ่งจนถึงเมื่อวานนี้ ปภ.ได้ทำการโอนเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าข่ายได้รับเงิน 9,000 บาทแล้ว ประมาณ 10,400 กว่าครัวเรือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 94 ล้านบาท ส่วนเกณฑ์อื่นยังไม่ได้ใช้ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเกิน 7 วัน และมีความเสียหายต่อบ้านเรือน ทำให้เข้าเกณฑ์ดังกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่ใช้ระเบียบนี้มา ครั้งนี้น่าจะโอนได้เร็วที่สุดตั้งแต่เกิดเหตุมาหลายครั้ง ซึ่งตนได้ให้นโยบายเอาไว้ ว่าใครมาก่อนได้ก่อน ฉะนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้และประสานกับธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเกรงใจ เพราะเขาได้เงินฝากจากสำนักงบประมาณมาณเที่ยวนี้ไปแล้ว 4,700 ล้านบาท
ฉะนั้นเขาต้องความเต็มใจที่จะจัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับการโอนเงิน พร้อมกันนี้ตนขอให้ทาง ปภ. สร้างระบบตรวจสอบภายในให้เรียบร้อย เพิ่มความระมัดระวัง รวดเร็ว และแม่นยำด้วย แต่ไม่ใช่เพิ่มเวลา โดยให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอคัดกรองดำเนินการด้วยความรอบคอบ เรียบร้อย และถูกต้องก่อน ไม่ใช่ให้ธนาคารออมสินไปตรวจสอบทาน
นอกจากนี้ อธิบดี ปภ. จะต้องโทรไปหาธนาคารออมสิน ว่ารายชื่อส่งไปแล้ว ต้องกดโอนเงินทันที ก่อนเล่าว่า วันนี้ตนได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านบอกว่าโอนเงินแล้ว 10,000 กว่าครัวเรือน และเงินจะเข้าวันศุกร์ แต่แบบนี้ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เขียนเช็ก และ ทุกวันนี้ก็เป็นระบบ telebanking แล้ว กดแล้วเงินต้องถึงมือเลย เพราะสำนักงบประมาณจ่ายเงินไปแล้ว ไม่ใช่ต้องไปพักเงินไว้ที่ไหน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ได้เร่งดำเนินการจ่ายเงินด้วย แต่ถึงแม้จะใช้เวลาแค่สองวันในการโอนเงิน เดี๋ยวค่อยไปแก้ไข เพราะอย่างน้อยระบบก็ทำงานแล้ว สมัยก่อนสามเดือน หรือ เกือบปี แต่ตอนนี้เราทำตามความเสียหายและทำตามรายชื่อที่ส่งเข้ามา
ฉะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะต้องแข่งกันเร่งสำรวจและเร่งส่งงานเข้ามา เพราะเงินกันไว้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 และไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลย กับเงินปีงบประมาณ 2570 ฉะนั้นต้องรีบใช้และให้ไปถึงชาวบ้านให้เร็วที่สุด จึงขอเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดดำเนินการด้วยความรวดเร็วตามข้อสั่งการนี้
- วิกฤตน้ำท่วมไทย จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง ฝนหนัก-น้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน
- “พิพัฒน์” ถกแก้น้ำท่วมใต้ สั่งหากฝนตก 1–2 วันติด เตรียมอพยพทันที
- น้ำท่วมสุพรรณบุรี! ดาวเทียมจับภาพพื้นที่จมน้ำกระจายวงกว้างกว่า 23,000 ไร่
- ใช้ “หาดใหญ่โมเดล” สธ.รับนโยบายนายกฯ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้
- เตือนฝนระลอกใหม่ 10-13 ต.ค. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เช็กสถานการณ์เขื่อนใหญ่!
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
