วิกฤตน้ำท่วมไทย จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง ฝนหนัก-น้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิกฤตน้ำท่วมไทย จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง ฝนหนัก-น้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน

จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงสถานการณ์น้ำภาคกลาง

สถานการณ์น้ำของไทยในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง หลัง ชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ให้ข้อมูลกับ TNN ถึงปัจจัยด้านน้ำที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย น้ำเหนือ ฝนที่ตกเพิ่มในพื้นที่ต้นน้ำ และน้ำทะเลหนุนสูง

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครอบคลุมตั้งแต่ลุ่มเจ้าพระยาตอนบน อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลงมาถึงปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ

นอกจากนี้ ภาคใต้ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก โดยช่วงวันที่ 8-10 ตุลาคม ต้องติดตามปริมาณฝนในหลายจังหวัด รวมถึงภูเก็ต กระบี่ และตรัง ซึ่งบางพื้นที่มีโอกาสได้รับฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร

สรุปข่าว

จับตาสถานการณ์น้ำช่วง 6-13 ต.ค. 2569 หลังมี 3 ปัจจัยต้องเฝ้าระวัง ทั้งฝนเติมน้ำเหนือ น้ำในลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก และน้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่ลุ่มต่ำอ่างทอง-อยุธยา รวมถึงชุมชนนอกคันกั้นน้ำในปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ต้องติดตามระดับน้ำต่อเนื่อง

จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงสถานการณ์น้ำภาคกลาง

สถานการณ์น้ำของไทยในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง หลัง ชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ให้ข้อมูลกับ TNN ถึงปัจจัยด้านน้ำที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย น้ำเหนือ ฝนที่ตกเพิ่มในพื้นที่ต้นน้ำ และน้ำทะเลหนุนสูง

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครอบคลุมตั้งแต่ลุ่มเจ้าพระยาตอนบน อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลงมาถึงปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ

นอกจากนี้ ภาคใต้ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก โดยช่วงวันที่ 8-10 ตุลาคม ต้องติดตามปริมาณฝนในหลายจังหวัด รวมถึงภูเก็ต กระบี่ และตรัง ซึ่งบางพื้นที่มีโอกาสได้รับฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร

ปัจจัยแรก ฝนเหนือเติมน้ำลงเจ้าพระยา

ชวลิตระบุว่า มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมา จะทำให้เกิดการปะทะกับมวลอากาศในพื้นที่และเพิ่มโอกาสเกิดฝน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม บริเวณตั้งแต่สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร

ฝนที่ตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นน้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และอาจทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่นครสวรรค์กลับมาเพิ่มขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มีแนวโน้มลดลง

ผลที่ต้องติดตามคือพื้นที่ลุ่มต่ำในอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีน้ำท่วมอยู่ก่อนแล้ว แม้ระดับน้ำบางพื้นที่จะทยอยลดลงประมาณวันละ 1-2 เซนติเมตร แต่หากมีน้ำเหนือเข้ามาเติม ระดับน้ำอาจลดลงช้าลง ทรงตัว หรือกลับมาเพิ่มขึ้นได้

เพชรบูรณ์เสี่ยงฝนเกิน 100 มิลลิเมตร

อีกพื้นที่ที่ต้องจับตาคือจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะอำเภอหนองไผ่ วิเชียรบุรี และศรีเทพ ซึ่งตามข้อมูลการคาดการณ์ที่ชวลิตอ้างถึง มีโอกาสเกิดฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร

น้ำฝนจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับสูง ขณะที่มีการเพิ่มการระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำใหม่ที่อาจไหลเข้ามา

สถานการณ์ของลุ่มน้ำป่าสักจึงเป็นอีกจุดที่ต้องติดตามควบคู่กับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำและแนวคันกั้นน้ำในจังหวัดที่อยู่ตอนล่างของลุ่มน้ำ

วันที่ 8-13 ต.ค. จับตาน้ำทะเลหนุนสูง

หลังจากช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคมที่มีโอกาสได้รับน้ำจากฝนและน้ำเหนือ ปัจจัยต่อมาคือช่วงวันที่ 8-13 ตุลาคม ซึ่งจะมีน้ำทะเลหนุนสูงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา

ชวลิตอธิบายว่า เมื่อน้ำจากตอนบนไหลผ่านบริเวณบางไทรและสามโคกลงสู่พื้นที่ด้านล่าง อาจพบกับช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยช้าลงในบางช่วงเวลา โดยน้ำทะเลมีรอบหนุนสูงวันละ 2 ช่วง

พื้นที่ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังคือชุมชนนอกคันกั้นน้ำ ตั้งแต่ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ไปจนถึงสมุทรปราการ ซึ่งมีประมาณ 50 ชุมชน และมีโอกาสได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้นตามจังหวะน้ำทะเลหนุน

ไทม์ไลน์สถานการณ์น้ำช่วง 6-13 ต.ค. 2569

6-7 ต.ค. จับตาฝนบริเวณสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ น้ำจากพื้นที่ตอนบนมีโอกาสเติมลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก

8-10 ต.ค. น้ำเหนือที่ไหลลงมามีโอกาสมาพร้อมกับช่วงน้ำทะเลหนุน ขณะที่ภาคใต้ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะภูเก็ต กระบี่ และตรัง

8-13 ต.ค. น้ำทะเลหนุนสูงเป็นอีกปัจจัยต่อการระบายน้ำเจ้าพระยา ต้องติดตามพื้นที่นอกคันกั้นน้ำในปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

สถานการณ์ในช่วงนี้จึงขึ้นอยู่กับจังหวะของน้ำจากหลายพื้นที่ที่เข้ามาในระบบใกล้เคียงกัน การติดตามปริมาณฝน น้ำเหนือ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสัก รวมถึงระดับน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมรับสถานการณ์ได้ทันเวลา

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

บรรณาธิการออนไลน์