ห้ามกล้อนผม-รับมือภัยออนไลน์-AI ส่องภารกิจรัฐสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย”

โรงเรียนต้องปลอดภัย เด็กต้องมีสิทธิ
“โรงเรียน” ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนหนังสือ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรี และมีโอกาสพัฒนาตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ นี่คือโจทย์สำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภัยในสถานศึกษา ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ตลอดจนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา
รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาให้เด็กทุกคนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา
โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้านสิทธิ ความปลอดภัย และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
สรุปข่าว
โรงเรียนต้องปลอดภัย เด็กต้องมีสิทธิ
“โรงเรียน” ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนหนังสือ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรี และมีโอกาสพัฒนาตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ นี่คือโจทย์สำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภัยในสถานศึกษา ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ตลอดจนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา
รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาให้เด็กทุกคนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา
โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้านสิทธิ ความปลอดภัย และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
เดินหน้า 4 แนวทางสำคัญ
ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา
ประเด็นแรก คือ การยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการด้านความปลอดภัย 7 ข้อ ครอบคลุมการตรวจคัดกรองบุคคล ของมีคม และสิ่งของผิดกฎหมาย
พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษา” ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไก ได้แก่ การป้องกัน การรับแจ้งเหตุ และการสอบสวนเยียวยา รวมถึงเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุผ่าน LINE Traffy Fondue แบบเรียลไทม์ และกำหนดมาตรการทางวินัยกรณีผู้บริหารปกปิดข้อมูลเหตุการณ์ เพื่อให้ปัญหาได้รับการรับรู้ ตรวจสอบ และช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
โลกออนไลน์ ความเสี่ยงใหม่ที่เด็กต้องเผชิญ
ประเด็นที่สอง คือ การรับมือภัยออนไลน์และความเสี่ยงจาก AI ซึ่งเป็นความท้าทายที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการเตรียมผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มการคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์
พร้อมจัดทำกรอบการใช้ AI และแนวทาง Screen Time ที่เหมาะสม รวมถึงเตรียมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อร่วมกันป้องกันการบูลลี่และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในโลกดิจิทัล
เคารพสิทธิในเรื่องทรงผม เปิดพื้นที่ให้เด็กมีเสียง
ประเด็นที่สาม คือ การคุ้มครองสิทธิทรงผมนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการย้ำชัดว่า ห้ามตัดกล้อนผมนักเรียนโดยเด็ดขาด พร้อมส่งเสริมให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กติกาของสถานศึกษาอยู่บนพื้นฐานของการรับฟังและเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้เรียน
เปิดประตูการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่ม
ประเด็นที่สี่ คือ การเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กทุกกลุ่ม โดยกระทรวงศึกษาธิการยึดหลัก “All for Education” พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวเข้าถึงการศึกษาเมื่อได้รับอนุมัติ และเตรียมเปิดระบบ “จดแจ้ง” ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ หรือ Migrant Learning Center (MLC) เพื่อให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มดังกล่าวมีระบบและสามารถเชื่อมโยงกับการกำกับดูแลของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม
จากสิทธิเด็ก สู่คุณภาพการศึกษา
“เด็กทุกคนต้องได้เรียนอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การคุ้มครองสิทธิเด็กไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากคุณภาพการศึกษา เพราะหากโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย เด็กก็ไม่สามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่
รัฐบาลจึงเดินหน้าทั้งความปลอดภัยในโลกจริง ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ การเคารพสิทธิของผู้เรียน และการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่มไปพร้อมกัน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมเดินหน้าปรับรูปแบบการจ้างงานครูธุรการและภารโรงให้มีความมั่นคงมากขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ “ปลอดภัย เคารพสิทธิ และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้” อย่างเป็นรูปธรรม
ท้ายที่สุด ภาพของ “โรงเรียนยุคใหม่” ที่รัฐบาลต้องการผลักดันจึงไม่ใช่เพียงโรงเรียนที่มีห้องเรียน อุปกรณ์ หรือหลักสูตรที่ทันสมัย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กสามารถ เรียนอย่างปลอดภัย มีสิทธิ มีเสียง ได้รับการเคารพ และมีโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียม เพราะการทำให้เด็กทุกคน “ได้เรียน” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษา แต่การทำให้เด็กทุกคน “เรียนได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี” คือโจทย์สำคัญที่จะกำหนดคุณภาพของระบบการศึกษาไทยในอนาคต
- ด่านตรวจอาวุธ-หลักสูตร "หนี ซ่อน สู้" ความปกติใหม่ของนักเรียนไทย หลังกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี
- มิติใหม่ รมช.ศึษาธิการ ลงแข่ง ROV ร่วมเยาวชน
- เปิดอัตราค่าตอบแทนใหม่ “ครูผู้ช่วย” สูงสุด 19,120 บาท - ปรับสถานะ 7,588 อัตรา
- เปิด 5 ภารกิจหลักแก้วิกฤตการศึกษาไทย ลดภาระครู คืนอนาคตให้เด็ก
- ศธ. เตรียมเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ - ขอพระราชทานเครื่องราชฯ “ ผอ.ศศิพัชร ”
ที่มาข้อมูล : รัฐบาล/TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : TNN
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
