ห้ามกล้อนผม-รับมือภัยออนไลน์-AI ส่องภารกิจรัฐสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ห้ามกล้อนผม-รับมือภัยออนไลน์-AI ส่องภารกิจรัฐสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย”

โรงเรียนต้องปลอดภัย เด็กต้องมีสิทธิ 

“โรงเรียน” ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนหนังสือ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรี และมีโอกาสพัฒนาตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ นี่คือโจทย์สำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภัยในสถานศึกษา ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ตลอดจนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา

รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาให้เด็กทุกคนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา 

โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้านสิทธิ ความปลอดภัย และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้าปั้นโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ “ปลอดภัย เคารพสิทธิ และเปิดโอกาส” เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัย รับมือภัยออนไลน์–AI ย้ำห้ามตัดกล้อนผมนักเรียน พร้อมเปิดทางเด็กทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา ภายใต้แนวคิด “All for Education” ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

โรงเรียนต้องปลอดภัย เด็กต้องมีสิทธิ 

“โรงเรียน” ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนหนังสือ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรี และมีโอกาสพัฒนาตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ นี่คือโจทย์สำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภัยในสถานศึกษา ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ ตลอดจนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา

รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาให้เด็กทุกคนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา 

โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้านสิทธิ ความปลอดภัย และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

เดินหน้า 4 แนวทางสำคัญ

ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

ประเด็นแรก คือ การยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการด้านความปลอดภัย 7 ข้อ ครอบคลุมการตรวจคัดกรองบุคคล ของมีคม และสิ่งของผิดกฎหมาย 

พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษา” ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไก ได้แก่ การป้องกัน การรับแจ้งเหตุ และการสอบสวนเยียวยา รวมถึงเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุผ่าน LINE Traffy Fondue แบบเรียลไทม์ และกำหนดมาตรการทางวินัยกรณีผู้บริหารปกปิดข้อมูลเหตุการณ์ เพื่อให้ปัญหาได้รับการรับรู้ ตรวจสอบ และช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

โลกออนไลน์ ความเสี่ยงใหม่ที่เด็กต้องเผชิญ

ประเด็นที่สอง คือ การรับมือภัยออนไลน์และความเสี่ยงจาก AI ซึ่งเป็นความท้าทายที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการเตรียมผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มการคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ 

พร้อมจัดทำกรอบการใช้ AI และแนวทาง Screen Time ที่เหมาะสม รวมถึงเตรียมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อร่วมกันป้องกันการบูลลี่และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในโลกดิจิทัล

เคารพสิทธิในเรื่องทรงผม เปิดพื้นที่ให้เด็กมีเสียง

ประเด็นที่สาม คือ การคุ้มครองสิทธิทรงผมนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการย้ำชัดว่า ห้ามตัดกล้อนผมนักเรียนโดยเด็ดขาด พร้อมส่งเสริมให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กติกาของสถานศึกษาอยู่บนพื้นฐานของการรับฟังและเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้เรียน

เปิดประตูการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่ม

ประเด็นที่สี่ คือ การเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กทุกกลุ่ม โดยกระทรวงศึกษาธิการยึดหลัก “All for Education” พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวเข้าถึงการศึกษาเมื่อได้รับอนุมัติ และเตรียมเปิดระบบ “จดแจ้ง” ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ หรือ Migrant Learning Center (MLC) เพื่อให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มดังกล่าวมีระบบและสามารถเชื่อมโยงกับการกำกับดูแลของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม

จากสิทธิเด็ก สู่คุณภาพการศึกษา

“เด็กทุกคนต้องได้เรียนอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การคุ้มครองสิทธิเด็กไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากคุณภาพการศึกษา เพราะหากโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย เด็กก็ไม่สามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ 

รัฐบาลจึงเดินหน้าทั้งความปลอดภัยในโลกจริง ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ การเคารพสิทธิของผู้เรียน และการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่มไปพร้อมกัน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมเดินหน้าปรับรูปแบบการจ้างงานครูธุรการและภารโรงให้มีความมั่นคงมากขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ “ปลอดภัย เคารพสิทธิ และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้” อย่างเป็นรูปธรรม

ท้ายที่สุด ภาพของ “โรงเรียนยุคใหม่” ที่รัฐบาลต้องการผลักดันจึงไม่ใช่เพียงโรงเรียนที่มีห้องเรียน อุปกรณ์ หรือหลักสูตรที่ทันสมัย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กสามารถ เรียนอย่างปลอดภัย มีสิทธิ มีเสียง ได้รับการเคารพ และมีโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียม เพราะการทำให้เด็กทุกคน “ได้เรียน” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษา แต่การทำให้เด็กทุกคน “เรียนได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี” คือโจทย์สำคัญที่จะกำหนดคุณภาพของระบบการศึกษาไทยในอนาคต

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล/TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ