
จากข้อมูลกรมส่งเสริมสหกรณ์พบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวมสูงถึง 1,141,545 ล้านบาท หรือกว่า 1.14 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของภาระหนี้ที่อยู่ในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละแห่ง โดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 5.60% และสูงสุดถึง 9% นอกจากนี้ ยังพบว่า มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 15 แห่ง หรือ 13% ของทั้งหมด ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่า 7%
สรุปข่าว
จากข้อมูลกรมส่งเสริมสหกรณ์พบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวมสูงถึง 1,141,545 ล้านบาท หรือกว่า 1.14 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของภาระหนี้ที่อยู่ในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละแห่ง โดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 5.60% และสูงสุดถึง 9% นอกจากนี้ ยังพบว่า มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 15 แห่ง หรือ 13% ของทั้งหมด ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่า 7%
หนี้หนักจนบางรายเหลือเงินใช้ไม่ถึง 30%
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่อัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงภาระการผ่อนชำระของครูที่สูงเกินกำลัง
ครูบางส่วนมีหนี้จนถูกหักเงินเดือนในสัดส่วนสูง ทำให้เหลือเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ถึง 30% ของเงินเดือน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการดำรงชีวิต
รัฐบาลจึงมองว่าหากช่วยเพียงลดดอกเบี้ย แต่ไม่ได้แก้เรื่องต้นทุนเงินทุนของสหกรณ์ ระยะเวลาชำระหนี้ และการก่อหนี้ใหม่ ปัญหาอาจไม่ได้จบลง
1.14 ล้านล้านบาท ต้องแก้ตั้งแต่ต้นทุนสหกรณ์ถึงหนี้สมาชิก
จากการหารือเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครู โดยมีทั้งประเด็นด้านแหล่งเงินทุน การปรับโครงสร้างหนี้ และข้อกฎหมาย
แนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่ การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์ เพื่อลดต้นทุนก่อนนำเงินไปปล่อยกู้ รวมถึงการช่วยสมาชิกให้เปลี่ยนไปใช้สินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำลง
สำหรับครูที่มีหนี้หลายก้อน จะพิจารณาแนวทาง รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ปรับแผนชำระ และยืดระยะเวลาผ่อน เพื่อให้ค่างวดในแต่ละเดือนสัมพันธ์กับรายได้มากขึ้น
ป้องกันก่อหนี้ใหม่ แต่ปัจจุบันยังครอบคลุมไม่ถึง 1,000 ราย
อีกปัญหาคือแม้จะช่วยปรับหนี้เดิมแล้ว แต่หากสมาชิกสามารถก่อหนี้เพิ่มได้ ภาระหนี้ก็อาจกลับมาอีกครั้ง
กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงมีแนวทางใช้ Credit Lock ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ NCB เพื่อป้องกันสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการไม่ให้ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินหรือผู้ให้สินเชื่อรายอื่น ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อมูลปัจจุบันพบว่า มีสหกรณ์ 14 แห่ง นำเครื่องมือนี้ไปใช้กับสมาชิกแล้ว 914 ราย ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 9 แห่ง รวม 864 ราย
จ่อทบทวนการปล่อยกู้ หวังไม่สร้างหนี้เกินกำลัง
นอกจากแก้หนี้เดิมแล้ว ยังมีแนวทางทบทวนหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ของสหกรณ์ โดยเน้นแนวคิด Responsible Lending หรือการปล่อยกู้อย่างรับผิดชอบ เพื่อให้พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกในระยะยาว รวมถึงภาระที่จะเกิดขึ้นหลังเกษียณ
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางกำหนดอัตราเงินปันผลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผลการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อไม่ให้โครงสร้างการบริหารต้องพึ่งพารายได้จากการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงมากเกินไป
เร่งสรุปภายใน 30 วัน
คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ แหล่งเงินทุน อัตราดอกเบี้ย การปรับโครงสร้างหนี้ ระยะเวลาผ่อนชำระ และข้อกฎหมาย ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน
โจทย์สำคัญของการแก้หนี้ครูครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่แค่การลดดอกเบี้ย แต่คือการจัดการกับภาระหนี้ที่มีอยู่กว่า 1.14 ล้านล้านบาท ให้ค่างวดสอดคล้องกับรายได้ ขณะเดียวกันต้องป้องกันไม่ให้ครูที่ได้รับการช่วยเหลือกลับไปก่อหนี้เพิ่มจนเกิดปัญหาซ้ำอีก
- เจาะมาตรการ ปลดล็อกหนี้ครู ลดดอกเบี้ย 3.50% ถึงปี 70 ชำระเท่าเดิม ปิดหนี้ไว
- ด่านตรวจอาวุธ-หลักสูตร "หนี ซ่อน สู้" ความปกติใหม่ของนักเรียนไทย หลังกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี
- มิติใหม่ รมช.ศึษาธิการ ลงแข่ง ROV ร่วมเยาวชน
- เปิดอัตราค่าตอบแทนใหม่ “ครูผู้ช่วย” สูงสุด 19,120 บาท - ปรับสถานะ 7,588 อัตรา
- เปิด 5 ภารกิจหลักแก้วิกฤตการศึกษาไทย ลดภาระครู คืนอนาคตให้เด็ก
ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
