ยกระดับรับมืออุทกภัย ให้อำนาจสถานศึกษาปิดเรียนได้ทันที หากเสี่ยงน้ำท่วม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยกระดับรับมืออุทกภัย ให้อำนาจสถานศึกษาปิดเรียนได้ทันที หากเสี่ยงน้ำท่วม

รัฐบาลยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสามารถสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราวได้ทันที หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหรือภัยพิบัติรุนแรง พร้อมปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ หรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

สรุปข่าว

รัฐบาลสั่งรับมืออุทกภัยเชิงรุก ให้อำนาจโรงเรียนปิดเรียนชั่วคราวได้ทันทีหากเสี่ยงน้ำท่วม พร้อมปรับเรียนออนไลน์ ดูแลสุขภาพจิตนักเรียน และเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาหลังน้ำลดทั่วประเทศ

รัฐบาลยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสามารถสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราวได้ทันที หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหรือภัยพิบัติรุนแรง พร้อมปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ หรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

วันนี้ (7 มิ.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างใกล้ชิด หลังพบว่าแนวโน้มของอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยเฉพาะในปี 2568 พบว่ามีสถานศึกษาได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเกือบ 2,000 แห่ง และมีนักเรียนได้รับผลกระทบมากกว่า 160,000 คน อีกทั้งหลายโรงเรียนยังเผชิญเหตุอุทกภัยซ้ำซ้อนในพื้นที่เดิม

ศธ.ปรับแผนรับมือน้ำท่วมเชิงรุก ให้อำนาจโรงเรียนสั่งปิดเรียนได้ทันที

กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดปรับแนวทางการทำงานจากการตั้งรับเป็นการดำเนินงานเชิงรุก โดยกำชับให้สถานศึกษาทั่วประเทศติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประสานงานกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ ได้ให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาสามารถประเมินความเสี่ยงและสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันที หากเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากร

ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ โรงเรียนสามารถปรับรูปแบบการเรียนเป็น Online, On-Hand หรือ On-Demand ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน

เน้นดูแลสุขภาพจิตนักเรียน ลดความเครียดช่วงวิกฤต

รัฐบาลยังได้กำชับให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่อนปรนเรื่องการบ้าน การวัดผล และการสอบในช่วงเกิดภัยพิบัติ เพื่อช่วยลดความกดดันและดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้รับมอบหมายให้เตรียมพื้นที่ปลอดภัยภายในสถานศึกษา เพื่อรองรับการเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวสำหรับประชาชนในพื้นที่ หากเกิดเหตุจำเป็นต้องอพยพ

รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เร่งส่งถุงยังชีพถึงพื้นที่ประสบภัย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกโรงเรียนต้องรายงานสถานการณ์ผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์ โดยใช้แอปพลิเคชัน Line เพื่อให้หน่วยงานส่วนกลางสามารถอนุมัติการช่วยเหลือ ทั้งถุงยังชีพ อุปกรณ์การศึกษา และสิ่งของจำเป็นได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการของพื้นที่

เดินหน้าฟื้นฟูหลังน้ำลด ซ่อมโรงเรียน-จัดสอบชดเชย

สำหรับมาตรการระยะยาว รัฐบาลมุ่งเน้นการฟื้นฟูสถานศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต โดยหลังสถานการณ์คลี่คลาย โรงเรียนจะต้องเร่งจัดทำแผนการเรียนและการสอบชดเชย รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทนที่ได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกัน จะมีการประสานความร่วมมือกับศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของสถานศึกษาอาชีวศึกษา ส่งทีมช่างเข้าซ่อมแซมอาคารเรียนและสิ่งก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมรายงานความเสียหายเพื่อขอรับงบประมาณซ่อมแซมจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามระเบียบเร่งด่วน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำทั้งในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ ลดความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาว ภายใต้เป้าหมายสร้างความปลอดภัยทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย