กวางสวนสยาม แช่น้ำ 2 วัน-โอกาสรอดยาก สู่วันที่กลับมายืนได้ หลังทีมแพทย์ไม่ยอมแพ้

Share on Line Share on Facebook Share on X
กวางสวนสยาม แช่น้ำ 2 วัน-โอกาสรอดยาก สู่วันที่กลับมายืนได้ หลังทีมแพทย์ไม่ยอมแพ้

จากเนื้อทรายที่ยืนแช่น้ำ 2 วัน
สู่วันที่กลับมายืนได้ และกินหญ้าด้วยตัวเอง

ภาพของเนื้อทรายตัวหนึ่งที่วันนี้สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง อาจดูเป็นเพียงภาพเล็ก ๆ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม

แต่เบื้องหลังภาพนี้ คือภารกิจช่วยชีวิตที่เกิดขึ้นตลอดคืนวันที่ 26 กันยายน 2569

เนื้อทรายตัวนี้มาจาก “สวนป่า เมืองบางกอก คาเฟ่” ภายในสยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “สวนสยาม” เขตคันนายาว กรุงเทพฯ

หลังน้ำท่วมขังในพื้นที่ สัตว์จำนวนหนึ่งติดอยู่ในบริเวณสวนป่า และต้องยืนแช่น้ำเป็นเวลานาน

บางตัวอยู่ในภาวะอ่อนแรง และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

สรุปข่าว

กวางสวนสยามรอดตายจากน้ำท่วม หลังต้องยืนแช่น้ำนาน 2 วัน โอกาสรอดยาก ทีมสัตวแพทย์เร่งช่วยเหลือ ท่ามกลางความเสี่ยง Capture Myopathy ก่อนวันนี้จะกลับมายืนและกินหญ้าได้อีกครั้ง จากคืนที่ต้องอุ้มออกจากน้ำ สู่วันที่กลับมายืนได้ เพราะทีมแพทย์และจิตอาสาไม่ยอมแพ้

จากเนื้อทรายที่ยืนแช่น้ำ 2 วัน
สู่วันที่กลับมายืนได้ และกินหญ้าด้วยตัวเอง

ภาพของเนื้อทรายตัวหนึ่งที่วันนี้สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง อาจดูเป็นเพียงภาพเล็ก ๆ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม

แต่เบื้องหลังภาพนี้ คือภารกิจช่วยชีวิตที่เกิดขึ้นตลอดคืนวันที่ 26 กันยายน 2569

เนื้อทรายตัวนี้มาจาก “สวนป่า เมืองบางกอก คาเฟ่” ภายในสยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “สวนสยาม” เขตคันนายาว กรุงเทพฯ

หลังน้ำท่วมขังในพื้นที่ สัตว์จำนวนหนึ่งติดอยู่ในบริเวณสวนป่า และต้องยืนแช่น้ำเป็นเวลานาน

บางตัวอยู่ในภาวะอ่อนแรง และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

คืนที่ต้องตัดสินใจแข่งกับเวลา

ช่วงวันที่ 26 กันยายน เพจ Little Paws Adoption Center มีการเผยแพร่ข้อความขอความช่วยเหลือให้เร่งอพยพกวางและเนื้อทรายออกจากพื้นที่ 

เพราะระดับน้ำยังสูงขึ้น และสัตว์บางตัวเสี่ยงจมน้ำ  นั่นทำให้จิตอาสาและทีมสัตวแพทย์เริ่มระดมกำลัง

ทั้งการหาอาหาร หญ้า กระสอบทราย รถขนส่ง และกำลังคน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและช่วยเคลื่อนย้ายสัตว์

หนึ่งในทีมที่เข้าพื้นที่ คือ สพ.ญ. นิธิวรรณ พรหมนุเคราะห์ หรือ “หมอเนม”

ก่อนที่จะมีการโพสจ์ขอความช่วยเหลือสัตวแพทย์อาสา ที่เชี่ยวชาญการรักษาสัตว์ป่า 

ซึ่งทำให้ หมอก๊อต ซึ่งมีทักษะด้านสัตว์ป่า และ หมอโอม สัตวแพทย์เฉพาะทาง เข้ามาสมทบทีมสัตวแพทย์อาสา 


โดยความยากของภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่แค่ จับแล้วพาออกมา

เพราะสัตว์กลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อภาวะ Capture Myopathy หรือความเครียด ความหวาดกลัว และการออกแรงอย่างหนักระหว่างการไล่จับหรือเคลื่อนย้าย สามารถทำให้กล้ามเนื้อเสียหายรุนแรง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ทีมสัตวแพทย์อาสาจึงต้องประเมินทุกจังหวะว่าจะช่วยอย่างไรโดยไม่ทำให้สัตว์เครียดมากขึ้น


ในคืนวันที่ 26 กันยายน ทีมสัตวแพทย์ตัดสินใจเข้าช่วยเนื้อทรายตัวหนึ่งที่อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง

หมอก๊อต ใช้ทักษะด้านสัตว์ป่า ลุยน้ำที่มีระดับสูงถึงประมาณเอว เข้าไปถึงตัวสัตว์

ก่อนที่ทีมจะช่วยกัน อุ้มเนื้อทรายออกมาจากพื้นที่

นี่คือเนื้อทรายตัวแรกที่ทีมสามารถนำออกมาได้

แต่ภารกิจยังไม่จบ เพราะเจ้าเนื้อกวางยืนแช่น้ำมาแล้วประมาณ 2 วัน

ร่างกายอ่อนแรง และมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะ Capture Myopathy

ทีมจึงเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลสัตว์เมกะบางนา

โดยมีหมอเนมร่วมดูแล และประสาน หมอโอม เข้ามาร่วมรักษา

จากโอกาสรอดน้อย สู่วันที่กลับมายืน

หลังถูกนำตัวออกจากน้ำ ทีมสัตวแพทย์ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด

ทั้งการประคบ การดูแลร่างกาย และการรักษาภาวะแทรกซ้อนจากความเครียดและการออกแรงอย่างหนัก

เพราะแม้จะนำสัตว์ออกจากน้ำได้แล้ว

ก็ไม่ได้หมายความว่าพ้นอันตราย

ภาวะ Capture Myopathy สามารถทำให้สัตว์ทรุดลงภายหลังได้

แต่เนื้อทรายตัวนี้ยังสู้ และทีมรักษาก็ยังสู้ไปพร้อมกัน


จนล่าสุด มันกลับมายืนได้

กินหญ้าด้วยตัวเองได้

จากชีวิตที่ครั้งหนึ่งมีโอกาสรอดไม่มาก
วันนี้กำลังกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง


สพ.ญ. นิธิวรรณ บอกว่า ตั้งใจจะพามันกลับไปอยู่กับฝูง และกลับไปหาครอบครัวของมัน

พร้อมเขียนข้อความสั้น ๆ ถึงคนไข้ตัวนี้ว่า

“ตัดสินใจไม่ผิดที่อุ้มหนูออกมา หมอขอให้ดีวันดีคืนนะลูก”

และอีกหนึ่งประโยคที่สะท้อนเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

“คนไข้ไม่ท้อ คนช่วยไม่ทิ้ง”


เรื่องราวของเนื้อทรายตัวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีสัตว์อีกหลายชีวิตต้องการความช่วยเหลือ

และมีรายงานว่า เช้าวันที่ 27 กันยายน มีกวางเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ตัว ขณะที่เนื้อทรายตัวนี้เป็นหนึ่งในสัตว์ที่สามารถนำออกมารักษาต่อได้ โดยตัวเลขทั้งหมดของสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงจำนวนสัตว์ที่เสียชีวิต ยังต้องรอข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ


แต่สำหรับหนึ่งชีวิตที่วันนี้กลับมายืนได้

มันคือภาพเล็ก ๆ ที่ทำให้ภารกิจท่ามกลางน้ำท่วมครั้งนี้ ยังมีความหวังอยู่

เพราะในภาวะสัตว์ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ การระดมกำลังของสัตวแพทย์ จิตอาสา และคนที่พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วย
อาจเปลี่ยนจาก โอกาสรอดที่น้อยมาก ให้กลายเป็นวันที่หนึ่งชีวิตกลับมายืนได้อีกครั้ง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Nithiwan Promnukrauh