ิฝ่ายค้านเหลือ 148 เสียง หลังปรับกล้าธรรมพ้นวิปฯ จับตาศึกซักฟอก

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด วันที่ 23 กันยายน 2569 จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคการเมืองที่ร่วมทำงานผ่านวิปฝ่ายค้านปรับเหลือ 148 คน จาก 5 พรรคการเมือง หลังมีการปรับพรรคกล้าธรรม ซึ่งมี สส. 58 คน ออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน เนื่องจากมีทิศทางการลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แตกต่างจากมติของฝ่ายค้าน ขณะที่สถานะการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมยังไม่มีข้อยุติอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้จำนวน สส. ของพรรคการเมืองที่ร่วมประสานงานผ่านวิปฝ่ายค้านลดลงจากเดิม 206 คน เหลือ 148 คน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงการปรับองค์ประกอบการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การประสานงานและการลงมติในวาระสำคัญของสภาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง รวม 5 พรรค มี สส. ทั้งสิ้น 148 คน โดยพรรคไทรวมพลังได้รับการเพิ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิปฝ่ายค้านในครั้งนี้ หลังมีทิศทางการลงมติสอดคล้องกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ ทั้งการพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
สรุปข่าว
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด วันที่ 23 กันยายน 2569 จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคการเมืองที่ร่วมทำงานผ่านวิปฝ่ายค้านปรับเหลือ 148 คน จาก 5 พรรคการเมือง หลังมีการปรับพรรคกล้าธรรม ซึ่งมี สส. 58 คน ออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน เนื่องจากมีทิศทางการลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แตกต่างจากมติของฝ่ายค้าน ขณะที่สถานะการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมยังไม่มีข้อยุติอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้จำนวน สส. ของพรรคการเมืองที่ร่วมประสานงานผ่านวิปฝ่ายค้านลดลงจากเดิม 206 คน เหลือ 148 คน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงการปรับองค์ประกอบการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การประสานงานและการลงมติในวาระสำคัญของสภาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง รวม 5 พรรค มี สส. ทั้งสิ้น 148 คน โดยพรรคไทรวมพลังได้รับการเพิ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิปฝ่ายค้านในครั้งนี้ หลังมีทิศทางการลงมติสอดคล้องกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ ทั้งการพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
เปิดเหตุผลปรับกล้าธรรม 58 เสียง ออกจากวิปฝ่ายค้าน
การปรับองค์ประกอบวิปฝ่ายค้านมีจุดเริ่มต้นจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งพรรคกล้าธรรมลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว แตกต่างจากแนวทางที่วิปฝ่ายค้านกำหนดไว้ ประกอบกับท่าทีของพรรคต่อการเข้าร่วมยื่นญัตติและลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ยังไม่มีความชัดเจน
ต่อมา นายพริษฐ์ได้หารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรมเกี่ยวกับแนวทางการทำงานร่วมกัน ก่อนเปิดเผยเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่ามีการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน พร้อมเพิ่มพรรคไทรวมพลังเข้ามาร่วมทำงาน ทำให้วิปฝ่ายค้านชุดใหม่มีจำนวน 5 พรรค รวม 148 เสียง
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการปรับองค์ประกอบการทำงานร่วมกันของพรรคการเมืองผ่านกลไกวิปฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิในการทำหน้าที่ของ สส. พรรคกล้าธรรม โดยยังสามารถประสานงานในประเด็นทั่วไปของสภา รวมถึงการจัดสรรเวลาอภิปรายและการนำเสนอปัญหาของประชาชนในพื้นที่ได้ตามปกติ
จับตาสถานะกล้าธรรม หลังออกจากวิปฝ่ายค้าน
แม้พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ แต่สถานะทางการเมืองของพรรคยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ โดยยังไม่มีการประกาศข้อตกลงเข้าร่วมรัฐบาลหรือยืนยันการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบพรรคร่วมรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้แจงว่า การปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านเป็นเรื่องของแนวทางการทำงานและการลงมติในสภา ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนเสียงสนับสนุนให้รัฐบาล ส่วนการกำหนดทิศทางทางการเมืองในอนาคตเป็นการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมเอง
ประเด็นดังกล่าวทำให้ต้องแยกความหมายระหว่างจำนวน สส. ที่ร่วมทำงานผ่านวิปฝ่ายค้านกับจำนวน สส. ที่ไม่ได้สังกัดพรรคร่วมรัฐบาล โดยตัวเลข 148 เสียง เป็นจำนวน สส. ของ 5 พรรคที่ร่วมวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ขณะที่พรรคกล้าธรรมอีก 58 เสียง แม้จะไม่ได้ร่วมวิปฝ่ายค้านแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเข้าร่วมรัฐบาล
หากนับจำนวน สส. ของทั้งสองกลุ่มรวมกันจะอยู่ที่ 206 คน ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับจำนวนก่อนปรับองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม การลงมติของพรรคกล้าธรรมในแต่ละวาระยังต้องติดตามท่าทีและมติของพรรคต่อไป
ฝ่ายค้าน 148 เสียง เดินหน้าเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ภายหลังการปรับองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ภารกิจสำคัญของทั้ง 5 พรรค คือการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยนายพริษฐ์ระบุว่า ฝ่ายค้านจะเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินผ่านกระบวนการของรัฐสภา และผลักดันการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเร็วที่สุด
สำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำหนดให้ต้องมี สส. เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจำนวน 148 เสียงของวิปฝ่ายค้านชุดใหม่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าชื่อยื่นญัตติ
อย่างไรก็ตาม การยื่นญัตติกับการลงมติไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการที่มีเงื่อนไขแตกต่างกัน โดยการลงมติไม่ไว้วางใจต้องได้รับเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ทิศทางการลงมติของพรรคการเมืองแต่ละกลุ่มยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งมี สส. 58 คน และเคยร่วมทำงานผ่านวิปฝ่ายค้านมาก่อน การตัดสินใจลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาล จะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาทิศทางการทำงานในสภาของพรรคหลังจากนี้
ขณะที่รัฐบาลนายอนุทินยังคงเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินตามปกติ โดยประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือการกำหนดวันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน การจัดสรรเวลาอภิปรายในสภา และความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองของพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะทำให้เห็นองค์ประกอบการทำงานของแต่ละฝ่ายในสภาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News pix
บรรณาธิการออนไลน์
