เจาะปมกยศ. เงินไม่พอ-หนี้ค้าง กระทบนักศึกษา “ภราดร” เร่งสะสางปัญหา

ประเด็นข้อกังวลเรื่องสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลกระทบต่อนักศึกษาที่มีรายงานว่าถูกมหาวิทยาลัยขู่ตัดสิทธิ์การเข้าสอบ เนื่องจากเงินกู้ยืมยังไม่ได้รับการเบิกจ่าย กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 หลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยแนวทางเร่งแก้ไขปัญหา
สรุปข่าว
ประเด็นข้อกังวลเรื่องสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลกระทบต่อนักศึกษาที่มีรายงานว่าถูกมหาวิทยาลัยขู่ตัดสิทธิ์การเข้าสอบ เนื่องจากเงินกู้ยืมยังไม่ได้รับการเบิกจ่าย กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 หลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยแนวทางเร่งแก้ไขปัญหา
ปมเร่งด่วน “เงิน กยศ.” ไม่ถึง นักศึกษาเสี่ยงกระทบสิทธิสอบ
ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ กยศ. ยังไม่สามารถโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้กับนักศึกษาบางส่วนได้ทันในภาคการศึกษาแรก ขณะที่มีกรณีมหาวิทยาลัยแจ้งนักศึกษาว่า หาก กยศ. ยังไม่โอนเงิน อาจส่งผลต่อสิทธิในการเข้าสอบ
นายภราดรระบุว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและนำไปหารือกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อประสานแนวทางแก้ไข โดยคาดว่าจะมีการหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ปัญหาการเบิกจ่ายระหว่าง กยศ. กับสถาบันการศึกษากลายเป็นภาระของนักศึกษา
งบ กยศ. ปี 2570 เพิ่มเป็น 9,000 ล้านบาท เริ่มใช้ 1 ต.ค.
ขณะที่ข้อถกเถียงเรื่องสภาพคล่องของ กยศ. ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลชี้แจงถึงการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2570 โดยระบุว่า ได้เพิ่มงบประมาณให้ กยศ. จากประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาท และงบประมาณส่วนนี้จะสามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการชี้แจงต่อข้อวิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับ กยศ. โดยนายภราดรมองว่า การเพิ่มงบประมาณเกือบ 2 เท่า สะท้อนว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับกองทุนเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษา
อย่างไรก็ตาม การเติมงบประมาณเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของปัญหาในระยะยาว เพราะอีกด้านหนึ่ง กยศ. ยังต้องบริหารจัดการเงินที่ปล่อยกู้ไปแล้ว และติดตามเงินกลับเข้าสู่ระบบ
โจทย์ กยศ. ไม่ใช่แค่ “หาเงินเพิ่ม” แต่ต้องหาเงินกลับเข้ากองทุน
นายภราดรมองว่า ลูกหนี้บางส่วน เช่น ข้าราชการหรือพนักงานเอกชนที่อยู่ในระบบและมีเงื่อนไขให้หักเงินเดือน สามารถเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
ดังนั้น กลุ่มที่ถือเป็นความท้าทายของ กยศ. คือผู้ที่มีรายได้ แต่ไม่สามารถหักเงินผ่านระบบอัตโนมัติได้ กองทุนจึงต้องพัฒนาวิธีติดตามและเรียกเก็บหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากสามารถติดตามลูกหนี้ที่มีรายได้กลับมาชำระหนี้ได้ แม้จะเป็นเพียงบางส่วนของกลุ่มผู้ผิดนัด ก็จะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่กองทุน และลดภาระการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐในอนาคต
ปมสวมสิทธิ์ อีกช่องโหว่ที่ต้องไล่ตรวจสอบถึงขั้นตอนอนุมัติ
นอกจากปัญหาสภาพคล่องและหนี้ค้างชำระแล้ว ยังมีประเด็นการสวมสิทธิ์ผู้กู้ กยศ. ซึ่งนายภราดรมองว่าเป็นรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบร่วมกันระหว่าง กยศ. และมหาวิทยาลัย
โดยต้องตรวจสอบย้อนกลับถึงกระบวนการอนุมัติว่าเกิดขึ้นในขั้นตอนใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการสวมสิทธิ์ได้อย่างไร
จากปัญหาเฉพาะหน้า สู่โจทย์ความยั่งยืนของ กยศ.
ปัญหา กยศ. ในครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องเงินไม่เพียงพอสำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ แต่เชื่อมโยงไปถึงโครงสร้างการบริหารกองทุนในระยะยาว ตั้งแต่การจัดสรรเงินกู้ การเบิกจ่ายให้ตรงเวลา การป้องกันการสวมสิทธิ์ ไปจนถึงการติดตามหนี้จากผู้ที่มีความสามารถในการชำระ
การเพิ่มงบประมาณ กยศ. ในปี 2570 เป็น 9,000 ล้านบาท อาจช่วยรองรับภารกิจของกองทุนในระยะต่อไป แต่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่การทำให้เงินที่ปล่อยกู้สามารถหมุนกลับเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ กยศ. สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ผลักภาระทั้งหมดกลับไปที่งบประมาณของรัฐ
- เตือนผู้กู้ยืมเงินกยศ. ชำระหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ต่อเนื่องทุกเดือน
- คำนวณยอดหนี้กยศ. ใหม่ ตรวจสอบยอดหนี้ล่าสุดผ่านแอปฯ กยศ. Connect
- กยศ. ปรับระบบชำระหนี้ ยันหักเงินเดือนยอดไม่หาย-สิทธิอยู่ครบ!
- กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินผ่านช่วงปลอดหนี้ 2 ปีแล้ว ให้เตรียมพร้อมชำระหนี้งวดแรก
- เปิดเทอมแล้วกยศ.ชวนรุ่นพี่ ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้รุ่นน้อง
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
