สกัดเส้นเงินมิจฉาชีพ! เปิดแผน 4 ระบบกลาง รัฐติดสปีดทุบวงจรอาชญากรรมไซเบอร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
สกัดเส้นเงินมิจฉาชีพ! เปิดแผน 4 ระบบกลาง รัฐติดสปีดทุบวงจรอาชญากรรมไซเบอร์

ในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีปรับตัวรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น จากเดิมที่เงินถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารเพียงไม่กี่ทอด ปัจจุบันกลโกงเหล่านี้ก้าวไปไกลถึงขั้นกระจายเงินผ่านหลายบัญชี ถอนเป็นเงินสด แปลงสภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การประสานงานรูปแบบเดิมตาม “เส้นทางเงิน” ไม่ทันท่วงที

รัฐบาลติดสปีด “4 ระบบกลาง” ปิดช่องโหว่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งยกระดับการสกัดเส้นทางเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังพบรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินซับซ้อนและรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ผ่านบัญชีธนาคารเป็นหลัก 

ปัจจุบันสามารถกระจายผ่านบัญชีหลายทอด ถอนเป็นเงินสด แปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การประสานงานแบบเดิมอาจตามเงินไม่ทัน

กระทรวงการคลังจึงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan พร้อมวาง “4 ระบบกลางระดับชาติ” เชื่อมข้อมูลความเสี่ยง การรับแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางเงิน และการอายัด ให้หน่วยงานทำงานต่อกันได้ทันที แทนการแยกข้อมูลและประสานงานเป็นทอด ๆ

สรุปข่าว

รัฐบาลเร่งสกัดเส้นทางเงินมิจฉาชีพ หลังพบการเคลื่อนย้ายเงินซับซ้อนและรวดเร็ว เตรียมจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan เชื่อม 4 ระบบกลาง ตั้งแต่แจ้งเหตุ วิเคราะห์ความเสี่ยง ติดตามเส้นเงิน ไปจนถึงอายัดและคืนเงินผู้เสียหาย พร้อมยกระดับ KYC–CDD–EDD คาดออกแบบระบบแล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีปรับตัวรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น จากเดิมที่เงินถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารเพียงไม่กี่ทอด ปัจจุบันกลโกงเหล่านี้ก้าวไปไกลถึงขั้นกระจายเงินผ่านหลายบัญชี ถอนเป็นเงินสด แปลงสภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การประสานงานรูปแบบเดิมตาม “เส้นทางเงิน” ไม่ทันท่วงที

รัฐบาลติดสปีด “4 ระบบกลาง” ปิดช่องโหว่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งยกระดับการสกัดเส้นทางเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังพบรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินซับซ้อนและรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ผ่านบัญชีธนาคารเป็นหลัก 

ปัจจุบันสามารถกระจายผ่านบัญชีหลายทอด ถอนเป็นเงินสด แปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การประสานงานแบบเดิมอาจตามเงินไม่ทัน

กระทรวงการคลังจึงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan พร้อมวาง “4 ระบบกลางระดับชาติ” เชื่อมข้อมูลความเสี่ยง การรับแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางเงิน และการอายัด ให้หน่วยงานทำงานต่อกันได้ทันที แทนการแยกข้อมูลและประสานงานเป็นทอด ๆ

“4 ระบบกลาง” อาวุธใหม่รุกฆาตอาชญากรรมไซเบอร์

1.  “หนึ่งตัวตน หนึ่งระดับความเสี่ยง”

เชื่อมข้อมูลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายหรือความยินยอม ให้สถาบันการเงิน โทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกัน และตรวจสอบได้แบบ Real-time 

2.  “วิเคราะห์ข้อมูล รู้ทันกลโกง”

จัดทำศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงพัฒนาแบบจำลองความเสี่ยงให้ทันกลโกงรูปแบบใหม่ 

3.  “แจ้งครั้งเดียว เส้นทางเดียว”

รวมการรับแจ้งจากประชาชน AOC 1441 สถาบันการเงิน และตำรวจเข้าสู่ระบบเดียว ใช้เลขอ้างอิงเดียวตลอดกระบวนการ ประชาชนไม่ต้องแจ้งซ้ำหลายหน่วยงาน และเริ่มกระบวนการอายัดได้เร็วขึ้น 

4.  “ไล่ให้ทัน อายัดให้เร็ว”

เชื่อมข้อมูลเพื่อติดตามเงินขณะที่กำลังเคลื่อนที่ ตรวจสอบยอดที่ยังอายัดได้ และส่งคำสั่งอายัดตามอำนาจกฎหมาย พร้อมรองรับกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายหรือปลดอายัดตามผลของคดี

“โจทย์วันนี้คือ เงินมิจฉาชีพเคลื่อนที่เร็วมาก รัฐจึงต้องทำให้ข้อมูลเดินเร็วกว่าเงิน เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ข้อมูลต้องเชื่อมทันที ไล่เส้นเงินให้ทัน และอายัดให้เร็วที่สุด เพราะทุกนาทีที่เร็วขึ้นหมายถึงโอกาสรักษาเงินและได้เงินคืนของผู้เสียหายที่มากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยกระดับมาตรฐาน KYC, CDD และ EDD เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบลูกค้าและธุรกรรมเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินในต่างประเทศ

ยกระดับมาตรฐานสากล พร้อมเดดไลน์ 30 วัน

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ซึ่งมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งออกแบบรายละเอียดทั้ง 4 ระบบ ทั้งโครงสร้างข้อมูล การเชื่อมต่อ หน่วยงานรับผิดชอบ และมาตรฐานข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาต่อไป

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล

ที่มารูปภาพ : Getty Images Created by ai

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ