"มาร์ซัน" ชี้งบซื้ออาวุธไทยสร้างงานได้มากกว่านี้ หากเปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้ผลิต ปั้นอุตสาหกรรมต่อเรือรบเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ - TNN Tech Forum 2026

Share on Line Share on Facebook Share on X
"มาร์ซัน" ชี้งบซื้ออาวุธไทยสร้างงานได้มากกว่านี้ หากเปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้ผลิต ปั้นอุตสาหกรรมต่อเรือรบเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ - TNN Tech Forum 2026

ภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบและต่อเรือสัญชาติไทย ชี้โจทย์ไทยวันนี้ไม่ใช่ “กองทัพมีไว้ทำไม” แต่คือจะทำอย่างไรให้เงินภาษีที่ใช้สร้างความมั่นคงแห่งชาติย้อนกลับมาสร้างเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และยกระดับรายได้ของคนไทยได้ด้วย พร้อมผลักดันให้ไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้ไปเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกยุทโธปกรณ์ในตลาดโลก

ภายใต้การร่วมเสวนาในหัวข้อ Defense Tech: Powering Thailand’s New Machine Economy - เทคโนโลยีป้องกันประเทศ: เครื่องยนต์ใหม่พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ในงาน TNN Tech Forum 2026 AI Warfare : The Race for Humanity สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ

สรุปข่าว

ภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบและต่อเรือสัญชาติไทย ชี้โจทย์ไทยวันนี้ไม่ใช่ “กองทัพมีไว้ทำไม” แต่คือจะทำอย่างไรให้เงินภาษีที่ใช้สร้างความมั่นคงแห่งชาติย้อนกลับมาสร้างเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และยกระดับรายได้ของคนไทยได้ด้วย พร้อมผลักดันให้ไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้ไปเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกยุทโธปกรณ์ในตลาดโลก ​ ภายใต้การร่วมเสวนาในหัวข้อ Defense Tech: Powering Thailand’s New Machine Economy - เทคโนโลยีป้องกันประเทศ: เครื่องยนต์ใหม่พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ในงาน TNN Tech Forum 2026 AI Warfare : The Race for Humanity สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ

ภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบและต่อเรือสัญชาติไทย ชี้โจทย์ไทยวันนี้ไม่ใช่ “กองทัพมีไว้ทำไม” แต่คือจะทำอย่างไรให้เงินภาษีที่ใช้สร้างความมั่นคงแห่งชาติย้อนกลับมาสร้างเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และยกระดับรายได้ของคนไทยได้ด้วย พร้อมผลักดันให้ไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้ไปเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกยุทโธปกรณ์ในตลาดโลก

ภายใต้การร่วมเสวนาในหัวข้อ Defense Tech: Powering Thailand’s New Machine Economy - เทคโนโลยีป้องกันประเทศ: เครื่องยนต์ใหม่พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ในงาน TNN Tech Forum 2026 AI Warfare : The Race for Humanity สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ

ตลาดกลาโหมโลกกว่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยจะใช้งบอย่างไรให้คุ้มที่สุด

ในมุมเศรษฐกิจ คุณภัทรวินระบุว่า มูลค่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั่วโลกอยู่ที่ราว 2.7 - 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 90 ล้านล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องมา 11 ปี คิดเป็นราว 2.5% ของ GDP โลก ขณะที่กลุ่มนาโต้ (NATO) ตั้งเป้าเพิ่มงบด้านนี้เป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 โดยแบ่งเป็นงบกลาโหมโดยตรง 3.5% และอีก 1.5% สำหรับด้านความยืดหยุ่นรับมือวิกฤต เทคโนโลยีใช้ได้สองทาง (dual use) และการค้นหาช่วยเหลือ ส่วนประเทศไทยมีงบลงทุนด้านนี้ปีละประมาณ 40,000 - 50,000 ล้านบาท (ขณะที่งบจัดหายุทโธปกรณ์ของทั้ง 3 เหล่าทัพในปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ราว 31,000 ล้านบาท) โจทย์จึงอยู่ที่ว่าจะใช้เงินก้อนนี้อย่างไรให้เกิดผลทางเศรษฐกิจมากที่สุด

เรือหนึ่งลำ ชิ้นส่วนหลายหมื่นชิ้น แต่ยังต้องนำเข้า

คุณภัทรวินเปรียบอุตสาหกรรมต่อเรือว่าคล้ายบริษัทก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้แรงงานทุกระดับ ตั้งแต่วิศวกร นักออกแบบเรือ นักวิจัย ช่างเทคนิคระดับ ปวช. - ปวส. ไปจนถึงงานขาย การตลาด กฎหมาย และบัญชี โดยยกตัวอย่างว่าไทยมีช่างเชื่อมฝีมือดีจำนวนมาก แต่ค่าตอบแทนในประเทศไม่พอเลี้ยงชีพ หลายคนจึงต้องไปทำงานต่างประเทศ

ทั้งนี้เรือหนึ่งลำประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายหมื่นชิ้น ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม สายไฟ ปั๊ม ท่อ วาล์ว สี เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงระบบอัตโนมัติ ระบบบัญชาการและควบคุมแบบบูรณาการ แต่หลายชิ้นยังต้องนำเข้า เพราะความต้องการในประเทศไม่ชัดเจนและไม่ต่อเนื่อง ผู้ผลิตไทยจึงยังไปไม่ถึงจุดคุ้มทุนจากการผลิตในปริมาณมาก (economy of scale)

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมีบริษัทที่ผลิตยุทโธปกรณ์ได้ครบทั้งชิ้นอยู่ไม่มาก (ผู้ผลิตระดับ Tier 1 เช่น มาร์ซัน, ไทยเสรี) แต่มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ อิเล็กทรอนิกส์ สายไฟ และสีอยู่จำนวนมาก (ผู้ผลิตระดับ Tier 2 - 3) ซึ่งคุณภัทรวินมั่นใจว่าหากมีความต้องการชัดเจน ผู้ผลิตเหล่านี้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอาจก้าวไปเป็นซัพพลายเชนของตลาดโลกได้ด้วย

อธิปไตยทางความมั่นคง “เขาไม่ขาย เราก็ไม่ต้องง้อ”

คุณภัทรวินกล่าวว่า ความมั่นคงของชาติไม่ได้มีแค่ด้านการทหาร แต่ยังรวมถึงพลังงาน อาหาร และเศรษฐกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญคืออธิปไตย เพราะหากพึ่งระบบโดรนหรือระบบสื่อสารจากต่างชาติ เพียงอีกฝ่ายปิดสวิตช์ เราก็จะมองไม่เห็นและไม่ได้ยินทันที เขายังตั้งคำถามว่า ในยามวิกฤต คนไทยกลัวไฟดับ กลัวเน็ตล่ม แต่เคยถามหรือไม่ว่ากระสุนจะหมดเมื่อไร และเรารู้หรือไม่ว่าผลิตเองได้เท่าไหร่

เขาย้ำว่ามาร์ซันมีวันนี้ได้เพราะกองทัพเรือซื้อเรือในประเทศมาโดยตลอด แต่ขั้นต่อไปคือการขยับขีดความสามารถจากเรือเล็ก สู่เรือขนาดกลาง และเรือขนาดใหญ่ จนถึงจุดสูงสุดของห่วงโซ่ หากภาครัฐกำหนดทิศทางและมีพันธะสัญญาที่ชัดเจน ไทยจะสร้างซัพพลายเชนของตัวเองได้ และในวันที่ต้องเผชิญศึกแล้วต่างชาติไม่ยอมขายอาวุธให้ ไทยก็จะพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องง้อใคร

มาร์ซันกับเรือมาตรฐานโลก กว่า 4 ทศวรรษ

ในด้านข้อมูลของมาร์ซัน คุณภัทรวินเล่าว่า มาร์ซันต่อทั้งเรือรบและเรือช่วยรบขนาดราว 10 ถึงกว่า 60 เมตร เช่น เรือตรวจการณ์ความเร็วสูง เรือติดอาวุธนำวิถี และเรือยกพลขึ้นบก รวมถึงวิจัยเรือไร้คนขับ ขณะที่ฝั่งพาณิชย์ บริษัทเป็นผู้ต่อเรือบริการแท่นขุดเจาะน้ำมันรายใหญ่ของภูมิภาค และผลิตเรือสำหรับฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งเพื่อส่งออก

เรือทุกลำต้องผ่านการรับรองจากสมาคมจัดชั้นเรือตามที่ลูกค้ากำหนด เช่น Lloyd’s ของอังกฤษ ซึ่งส่งผู้ตรวจเข้ามาตรวจทุกขั้นตอน ตั้งแต่แบบเรือ ที่มาของวัตถุดิบ ไปจนถึงฝีมือช่าง ก่อนทดสอบในท่าและในทะเลให้ผ่านทั้งมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลสากลและมาตรฐานทางทหาร เรือจากมาร์ซันจึงมีมาตรฐานเดียวกับอู่ต่อเรือชั้นนำทั่วโลก มาตรฐานนี้ถูกพิสูจน์แล้วในสถานการณ์จริง คุณภัทรวินระบุว่าเรือของบริษัทออกแบบระบบควบคุมความเสียหายตามมาตรฐานทางทหาร โดยแบ่งตัวเรือเป็นหลายห้องที่ปิดกั้นน้ำได้ เมื่อเสียหายบางส่วนก็ไม่ท่วมทั้งลำ (compartment) เรือหลายลำเคยถูกยิงหรือโดนระเบิดมาแล้ว แต่ยังพากำลังพลกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

นับว่าประสบการณ์ของมาร์ซัน เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าบริษัทไทยผลิตยุทโธปกรณ์ได้ในระดับที่โลกยอมรับ โจทย์ที่เหลืออยู่จึงเป็นเรื่องของจังหวะเวลา ว่าเมื่อไหร่รัฐและเอกชนจะเริ่มเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างจริงจัง เพื่อให้งบความมั่นคงที่คนไทยร่วมกันจ่าย กลายเป็นทั้งเกราะป้องกันประเทศและเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN