ปี 2030 “อาเซียน” ใช้งาน AI พุ่ง 60 เท่า

รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาคอาเซียน (e-Conomy SEA 2026 Report) ฉบับล่าสุดที่จัดทำร่วมกันระหว่าง “กูเกิล” (Google), “เทมาเส็ก” (Temasek) และ “เบน แอนด์ คอมพานี” (Bain & Company) ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนในอาเซียนอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้งานใน 6 ประเทศหลักของอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย ราว 243 ล้านคน ซึ่งเป็นร้อยละ 58 ของประชากรวัยทำงานทั้งหมดของประเทศเหล่านี้ โดย GenAI ใช้เวลาประมาณ 3 ปี เร็วกว่าการแพร่หลายของ “อินเทอร์เน็ต” ที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีจึงจะแตะระดับเดียวกัน
การที่ GenAI ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วหลัก ๆ มาจากความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งเริ่มจากให้บริการฟรี หรือฟรีสำหรับบริการพื้นฐานและเก็บเงินเพิ่มสำหรับฟีเจอร์พิเศษ (freemium) ทำให้ผู้คนสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ะทำงาน เรียน ไปจนถึงความบันเทิง โดยในบรรดาผู้ใช้งานทั้งหมด ราวครึ่งหนึ่งมีการใช้งานเป็นประจำทุกสัปดาห์ และราว 1 ใน 5 มีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน

แม้ว่าอาเซียนจะมีผู้ใช้งาน AI จำนวนมาก แต่ภูมิภาคนี้ยังมีศักยภาพมหาศาลในการเติบโต เพราะเมื่อเทียบอัตราการใช้งาน AI ทั่วไปต่อประชากรในอาเซียนยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเขตเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ และยุโรป โดยผู้คนใน 6 ชาติอาเซียนมีอัตราการใช้งาน AI ต่อประชากร (AI usage per capita) อยู่ที่ 5 ล้านโทเคน ซึ่งเป็นหน่วยนับการใช้งาน AI คิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของการใช้งานในสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ 60 ล้านโทเคน ส่วนยุโรปอยู่ที่ราว 14 ล้านโทเคน ขณะที่จำนวนการใช้งาน AI ทั้งหมดของ 6 ชาติอาเซียนอยู่ที่ 5-7 พันล้านล้านโทเคน (quadrillion) เทียบกับสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 1.5-2.5 หมื่นล้านล้านโทเคน และยุโรปอยู่ที่ 1-1.5 หมื่นล้านล้านโทเคน ตัวเลขการใช้งานต่อหัวที่ต่ำกว่าในอาเซียนสะท้อนการใช้งาน AI ของผู้บริโภคผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่าการใช้งานในระดับองค์กร หมายความว่ายังมีโอกาสอีกมากทั้งสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจในการเพิ่มระดับการใช้งาน AI
เมื่อแยกการใช้งานระหว่างกลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจ พบว่า ในตลาดที่มีความพร้อมสูงอย่าง “สิงคโปร์” และ “มาเลเซีย” การใช้งาน AI ทั่วไปในระดับองค์กรคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45-60 ของการใช้งานทั้งหมด ได้แรงหนุนจากการบูรณาการด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ และโซลูชันที่เน้นปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ส่วน “ไทย” สัดส่วนการใช้งานของลูกค้าองค์กรอยู่ที่ร้อยละ 35‑40% และการใช้งานของผู้บริโภคอยู่ที่ร้อยละ 60-65 ขณะที่อีก 3 ประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม การใช้งานของผู้บริโภครายย่อยมีสัดส่วนราวร้อยละ 80-85
สรุปข่าว

รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาคอาเซียน (e-Conomy SEA 2026 Report) ฉบับล่าสุดที่จัดทำร่วมกันระหว่าง “กูเกิล” (Google), “เทมาเส็ก” (Temasek) และ “เบน แอนด์ คอมพานี” (Bain & Company) ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนในอาเซียนอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้งานใน 6 ประเทศหลักของอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย ราว 243 ล้านคน ซึ่งเป็นร้อยละ 58 ของประชากรวัยทำงานทั้งหมดของประเทศเหล่านี้ โดย GenAI ใช้เวลาประมาณ 3 ปี เร็วกว่าการแพร่หลายของ “อินเทอร์เน็ต” ที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีจึงจะแตะระดับเดียวกัน
การที่ GenAI ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วหลัก ๆ มาจากความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งเริ่มจากให้บริการฟรี หรือฟรีสำหรับบริการพื้นฐานและเก็บเงินเพิ่มสำหรับฟีเจอร์พิเศษ (freemium) ทำให้ผู้คนสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ะทำงาน เรียน ไปจนถึงความบันเทิง โดยในบรรดาผู้ใช้งานทั้งหมด ราวครึ่งหนึ่งมีการใช้งานเป็นประจำทุกสัปดาห์ และราว 1 ใน 5 มีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน

แม้ว่าอาเซียนจะมีผู้ใช้งาน AI จำนวนมาก แต่ภูมิภาคนี้ยังมีศักยภาพมหาศาลในการเติบโต เพราะเมื่อเทียบอัตราการใช้งาน AI ทั่วไปต่อประชากรในอาเซียนยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเขตเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ และยุโรป โดยผู้คนใน 6 ชาติอาเซียนมีอัตราการใช้งาน AI ต่อประชากร (AI usage per capita) อยู่ที่ 5 ล้านโทเคน ซึ่งเป็นหน่วยนับการใช้งาน AI คิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของการใช้งานในสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ 60 ล้านโทเคน ส่วนยุโรปอยู่ที่ราว 14 ล้านโทเคน ขณะที่จำนวนการใช้งาน AI ทั้งหมดของ 6 ชาติอาเซียนอยู่ที่ 5-7 พันล้านล้านโทเคน (quadrillion) เทียบกับสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 1.5-2.5 หมื่นล้านล้านโทเคน และยุโรปอยู่ที่ 1-1.5 หมื่นล้านล้านโทเคน ตัวเลขการใช้งานต่อหัวที่ต่ำกว่าในอาเซียนสะท้อนการใช้งาน AI ของผู้บริโภคผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่าการใช้งานในระดับองค์กร หมายความว่ายังมีโอกาสอีกมากทั้งสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจในการเพิ่มระดับการใช้งาน AI
เมื่อแยกการใช้งานระหว่างกลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจ พบว่า ในตลาดที่มีความพร้อมสูงอย่าง “สิงคโปร์” และ “มาเลเซีย” การใช้งาน AI ทั่วไปในระดับองค์กรคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45-60 ของการใช้งานทั้งหมด ได้แรงหนุนจากการบูรณาการด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ และโซลูชันที่เน้นปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ส่วน “ไทย” สัดส่วนการใช้งานของลูกค้าองค์กรอยู่ที่ร้อยละ 35‑40% และการใช้งานของผู้บริโภคอยู่ที่ร้อยละ 60-65 ขณะที่อีก 3 ประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม การใช้งานของผู้บริโภครายย่อยมีสัดส่วนราวร้อยละ 80-85

ในแง่การใช้งาน GenAI ใน 6 ชาติอาเซียน สิงคโปร์เป็นผู้นำในทุกด้าน ตามด้วยมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน แต่น่าสังเกตว่า “เวียดนาม” แม้จะอยู่อันดับกลาง ๆ ในแง่การเข้าถึง AI แต่กลับมีสัดส่วนผู้ใช้งานรายสัปดาห์สูงเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ และขึ้นแท่นแชมป์ในแง่การใช้งานรายวัน ตามด้วยไทยในอันดับ 2 หมวดนี้
เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบการใช้งาน GenAI สิงคโปร์มีการใช้งานมากสุด สะท้อนผ่านการใช้งาน “เจมิไน” (Gemini) เฉลี่ย 10 ครั้งต่อวัน ส่วนใหญ่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การศึกษา และเขียนโค้ด ส่วนมาเลเซียมีการใช้งานฟีเจอร์สร้างรูปภาพด้วย AI สูงที่สุด มีผู้ใช้งาน 1 ใน 5 คนเลือกใช้ฟีเจอร์นี้ผ่าน Gemini ด้านการใช้งานของคนไทยเน้นเรื่องความบันเทิงและค้นหาสิ่งใหม่ ๆ โดย 1 ใน 3 ของคำสั่ง (prompt) เกี่ยวข้องกับหัวข้อไลฟ์สไตล์ เช่น การตกแต่งบ้านและสูตรอาหาร สำหรับเวียดนามเน้นใช้งานด้านการศึกษา ราวร้อยละ 17 ของคำสั่งบน Gemini เกี่ยวข้องกับการเรียนคณิตศาสตร์และเขียนโค้ด สำหรับอินโดนีเซียเน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ราวร้อยละ 32 ของการใช้งาน Gemini เป็นการสร้างรูปภาพ ประมาณ 9 ล้านภาพต่อวัน และฟิลิปปินส์ใช้ในด้านความคิดสร้างสรรค์และการทำงานแบบมืออาชีพ อาทิ สร้างคอนเทนต์สำหรับบริการลูกค้า
อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้จาก AI ในอาเซียนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงใช้บริการฟรี ปัจจุบันมีประชากรเพียงร้อยละ 1-2 ใน 6 ชาติอาเซียน ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อใช้งาน GenAI เมื่อเทียบกับร้อยละ 3 ของครัวเรือนในสหรัฐฯ นอกจากนี้ การมีโฆษณาบนแพลตฟอร์ม GenAI ต่าง ๆ ก็เพิ่งจะเริ่มต้น แต่คาดว่าจะมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

รายงานระบุว่า การใช้งาน AI อย่างแพร่หลายกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนให้เติบโต แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายต่าง ๆ โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวร้อยละ 17 จากปีที่แล้ว มูลค่ายอดขายสินค้าออนไลน์ (gross merchandise value-GMV) แตะระดับ 3.68 แสนล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขับเคลื่อนยอดขายให้ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2035
แพลตฟอร์มดิจิทัลดั้งเดิมยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันโมเดลใหม่ ๆ ที่อิงกับการค้าแบบส่งด่วน โฆษณาออนไลน์ และยานพาหนะไฟฟ้า เข้ามาเปิดสนามแข่งขันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่ AI เปิดทางให้ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสร้างโอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้บริโภคใน 6 ชาติอาเซียน ราวร้อยละ 69 ใช้ AI เปรียบเทียบตัวเลือกสินค้า และร้อยละ 93 เชื่อคำแนะนำจาก AI พร้อมกับตรวจสอบเพิ่มเติมจากช่องทางต่าง ๆ รวมถึงใช้ AI ช่วยประหยัดเวลาและรายจ่าย ทั้งในการซื้อสินค้าและการวางแผนท่องเที่ยว

สำหรับตลาดอี-คอมเมิร์ซ มูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) ในปี 2026 น่าจะแตะ 2.26 แสนล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการมีส่วนร่วมที่มากขึ้น รวมถึงการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้น โดยในตลาดที่เติบโตค่อนข้างมาก อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย โครงการสะสมแต้ม การจัดส่งฟรี และสินค้าแบรนด์เนมที่หลากหลายมากขึ้น มีส่วนกระตุ้นการใช้จ่ายและความถี่ในการซื้อ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มรายใหญ่ ๆ กำลังเพิ่มความสามารถในการจัดส่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงตัวเลือกการจัดส่งภายในวันเดียว ภายใน 2 ชั่วโมง และจัดส่งด่วน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า และจะมีส่วนขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขายนับจากนี้

รายงานประเมินว่า ภายในปี 2030 ผู้คนในอาเซียนอาจมีการใช้งาน AI เพิ่มขึ้นถึง 50-60 เท่า จากระดับปัจจุบัน ในกรณีที่การเติบโตดีเกินคาด หรือหากเป็นกรณีฐานอาจเพิ่มขึ้นราว 10-15 เท่า เนื่องจากผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้น บ่อยขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้กับงานที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้บริโภคจะเปิดใจให้ AI แต่พวกเขาก็ยังตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวถือเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน
ในส่วนของไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจดิจิทัลในปีนี้จะมีมูลค่าสินค้ารวม (GMV) แตะระดับ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัวร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
- ยิ่งใช้ AI โลกยิ่งร้อน? COP31 เตือนโจทย์ใหญ่ วิกฤตที่ต้องจับตา
- ท็อป บิทคับ ชี้ AI เปลี่ยนโลกการทำงาน เตือนคนไทยเร่งปรับตัวก่อนตกขบวน
- นักวิจัยออสเตรเลียพัฒนา AI ประเมินความเสี่ยง โรคหลอดเลือดสมอง แม่นยำยิ่งขึ้น
- เปิดมุมมองอนาคตผลิตคอนเทนต์และอุตสาหกรรมบันเทิง
- AI ดันส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย จับตาโอกาสทองสินค้าไทยในตลาดโลก
ที่มาข้อมูล : e-Conomy SEA 2026 Report (ต.ค. 2026)
ที่มารูปภาพ : TNN
