ยิ่งใช้ AI โลกยิ่งร้อน? COP31 เตือนโจทย์ใหญ่ วิกฤตที่ต้องจับตา

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือวิกฤตโลกร้อน แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีนี้ก็กำลังเพิ่มความต้องการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ล่าสุด ตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP31 เตรียมผลักดันข้อตกลงใหม่ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ พร้อมควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าว
รายงานจาก The Japan Times เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ระบุว่า ตุรกี ในฐานะเจ้าภาพการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 31 หรือ COP31 ได้เปิดตัวข้อริเริ่มที่เรียกว่า Antalya AI Pledge ซึ่งเป็นคำมั่นสมัครใจในการส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยเตรียมนำเสนออย่างเป็นทางการในการประชุม COP31 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ในเดือนพฤศจิกายนนี้
ข้อริเริ่มดังกล่าวสะท้อนความท้าทายสำคัญของโลกยุค AI เพราะแม้เทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพช่วยรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center กลับกำลังกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ พร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น
สรุปข่าว
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือวิกฤตโลกร้อน แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีนี้ก็กำลังเพิ่มความต้องการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ล่าสุด ตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP31 เตรียมผลักดันข้อตกลงใหม่ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ พร้อมควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าว
รายงานจาก The Japan Times เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ระบุว่า ตุรกี ในฐานะเจ้าภาพการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 31 หรือ COP31 ได้เปิดตัวข้อริเริ่มที่เรียกว่า Antalya AI Pledge ซึ่งเป็นคำมั่นสมัครใจในการส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยเตรียมนำเสนออย่างเป็นทางการในการประชุม COP31 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ในเดือนพฤศจิกายนนี้
ข้อริเริ่มดังกล่าวสะท้อนความท้าทายสำคัญของโลกยุค AI เพราะแม้เทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพช่วยรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center กลับกำลังกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ พร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลจาก BloombergNEF คาดการณ์ว่า สัดส่วนการใช้พลังงานทั่วโลกของศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2573 ทำให้เกิดความกังวลว่าการเติบโตของ AI อาจยิ่งเพิ่มการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อนในอนาคต
ขณะที่ อีแวน ทาคอฟสกี ประธานเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลและ AI ของสถาบันทรัพยากรโลก หรือ WRI มองว่า ข้อริเริ่ม Antalya AI Pledge เป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะให้ความสำคัญทั้งโอกาสและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศจาก AI แต่ยังขาดกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีจะดำเนินการตามเป้าหมายอย่างจริงจัง
ด้าน ไซมอน สตีลล์ เลขาธิการบริหารอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เคยเตือนว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานมหาศาล และกำลังผลักดันให้เกิดมลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกมีความเสี่ยงสูงที่จะมีอุณหภูมิเพิ่มเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส
สำหรับข้อริเริ่ม Antalya AI Pledge จะเปิดโอกาสให้รัฐบาล องค์กรภาคประชาสังคม และสถาบันการเงินร่วมกำหนดคำมั่นโดยสมัครใจ เช่น การให้ผู้ให้บริการ AI เปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลักดันให้ศูนย์ข้อมูลเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีประเทศใดเข้าร่วมลงนามบ้าง โดยสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศสำคัญในการพัฒนาศูนย์ข้อมูล ไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการ COP แล้ว
ประเทศที่เข้าร่วมข้อริเริ่มนี้จะมีการกลับมาประเมินความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศปี 2570 ที่กรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย
แม้ AI จะมีศักยภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับวิกฤตโลกร้อน แต่การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วก็อาจสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากยังต้องพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ดังนั้น ความท้าทายสำคัญของโลกจึงไม่ใช่เพียงการนำ AI มาแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ต้องทำให้การเติบโตของ AI เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะเทคโนโลยีที่ถูกคาดหวังว่าจะช่วยกู้วิกฤตโลกร้อน ไม่ควรกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้โลก ร้อนขึ้นกว่าเดิม
- ท็อป บิทคับ ชี้ AI เปลี่ยนโลกการทำงาน เตือนคนไทยเร่งปรับตัวก่อนตกขบวน
- สัญญาณหายนะ! โลกร้อนกลืนธารน้ำแข็ง สหรัฐฯสูญเกือบ 300 แห่ง และอาจหายเกลี้ยงปี 2100
- “ทรัมป์” สวนกระแสโลก ยกเลิกกฎคุมก๊าซมีเทน เปิดทางอุตสาหกรรมน้ำมัน เมินวิกฤตโลกร้อน!
- โลกเดือด คนตายพุ่ง! จี้ WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน
- ก๊าซเรือนกระจก พุ่งทุบสถิติ! WMO ส่งสัญญาณเตือน โลกเสี่ยงภัยพิบัติหนักขึ้น
ที่มาข้อมูล : japantimes.co.jp
ที่มารูปภาพ : Reuters
