โลกเดือด คนตายพุ่ง! จี้ WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพของมนุษย์ หลังรายงานฉบับใหม่เตือนว่า ผลกระทบจากโลกร้อนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งการเสียชีวิตจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนักสุดขั้ว และโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่ายขึ้น นักวิจัยจึงเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO และองค์การสหประชาชาติ ประกาศให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก ก่อนที่ผลกระทบจะรุนแรงเกินกว่ามาตรการรับมือในปัจจุบันจะปกป้องประชาชนได้อย่างเพียงพอ
รายงานล่าสุดจาก Lancet Countdown ซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพโลกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนับตั้งแต่ความตกลงปารีสเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2559 ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอัตราเร่งสูงกว่าช่วงทศวรรษก่อนหน้าในหลายด้าน
สรุปข่าว
วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพของมนุษย์ หลังรายงานฉบับใหม่เตือนว่า ผลกระทบจากโลกร้อนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งการเสียชีวิตจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนักสุดขั้ว และโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่ายขึ้น นักวิจัยจึงเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO และองค์การสหประชาชาติ ประกาศให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก ก่อนที่ผลกระทบจะรุนแรงเกินกว่ามาตรการรับมือในปัจจุบันจะปกป้องประชาชนได้อย่างเพียงพอ
รายงานล่าสุดจาก Lancet Countdown ซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพโลกที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนับตั้งแต่ความตกลงปารีสเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2559 ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอัตราเร่งสูงกว่าช่วงทศวรรษก่อนหน้าในหลายด้าน
นักวิจัยพบว่า ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วครอบคลุมทั้งผลกระทบจากความร้อน ความถี่ของภัยแล้ง ฝนตกหนักสุดขั้ว และสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก สะท้อนว่ามาตรการรับมือที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการปกป้องสุขภาพของประชาชน
หนึ่งในข้อมูลที่น่ากังวลที่สุดคือ ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนต่อปีเพิ่มขึ้นเกือบ 36% ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
โดยเฉพาะในปี 2566 มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 710,000 คน และมากกว่า 70% ของการเสียชีวิตเหล่านี้เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
นอกจากคลื่นความร้อนแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำให้สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการแพร่กระจายของโรคที่มีแมลงเป็นพาหะมากขึ้น เช่น ไข้เลือดออกและโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ขณะเดียวกัน ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วและไฟป่าก็กำลังคุกคามสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและประชาชนในภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการรับมือกับผลกระทบด้านภูมิอากาศอย่างจำกัด
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า แม้ทั่วโลกจะพยายามแก้ปัญหาโลกร้อน แต่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นจนทำสถิติสูงสุด ส่งผลให้โอกาสในการหลีกเลี่ยงอนาคตที่อาจเผชิญผลกระทบร้ายแรงกำลังลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำรายงานจึงเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกและองค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกอย่างเป็นทางการ โดยมองว่าการประกาศดังกล่าวจะช่วยยกระดับการรับมือจากมาตรการสมัครใจที่ดำเนินไปอย่างล่าช้า ไปสู่การจัดการภาวะฉุกเฉินที่มีการประสานงานร่วมกันอย่างจริงจัง
แนวทางที่นักวิจัยเสนอประกอบด้วย การเสริมสร้างระบบเฝ้าระวังสุขภาพและระบบเตือนภัยล่วงหน้า การระดมทรัพยากรอย่างรวดเร็ว การกำหนดกลไกความรับผิดชอบที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ทั่วโลกยุติการสำรวจและพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลแห่งใหม่โดยทันที ยุติการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2578 และปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริโภคอาหาร โดยหันมาเน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เพื่อลดปัจจัยที่มีส่วนทำให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ผู้จัดทำรายงานยังเตือนว่า เมื่อจำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นและสังคมเข้าสู่ภาวะสูงวัย ผู้คนจำนวนมากขึ้นจึงต้องเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศเมื่อเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้ความจำเป็นในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือยิ่งเร่งด่วนมากขึ้น
ท้ายที่สุด เรื่องนี้สะท้อนว่า วิกฤตโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวิกฤตด้านสุขภาพที่คุกคามชีวิตมนุษย์ทั่วโลก นักวิจัยจึงเรียกร้องให้ประชาคมโลกเปลี่ยนแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องสุขภาพและความอยู่รอดของประชาชนทั้งในปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป ก่อนที่ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
- อินโดนีเซียวิกฤต! แทบหายใจไม่ออก ส่งรถบัสออกซิเจนช่วยชีวิต
- ก๊าซเรือนกระจก พุ่งทุบสถิติ! WMO ส่งสัญญาณเตือน โลกเสี่ยงภัยพิบัติหนักขึ้น
- โลกร้อนเปลี่ยนรูปร่างโลก นักวิทย์ชี้โลกกลมขึ้นกว่าเดิม เพราะน้ำแข็งละลาย
- ภาพเขียนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุกว่า 6 หมื่นปี เสี่ยงเสียหายจากไฟป่าอินโด
- เอลนีโญทำโลกหมุนช้าลง นักวิทย์ไขปริศนา เวลา 1 วันยาวขึ้นจริง แม้เราอาจไม่รู้สึกก็ตาม
ที่มาข้อมูล : euronews.com
ที่มารูปภาพ : Reuters
