เอลนีโญทำโลกหมุนช้าลง นักวิทย์ไขปริศนา เวลา 1 วันยาวขึ้นจริง แม้เราอาจไม่รู้สึกก็ตาม

Share on Line Share on Facebook Share on X
เอลนีโญทำโลกหมุนช้าลง นักวิทย์ไขปริศนา เวลา 1 วันยาวขึ้นจริง แม้เราอาจไม่รู้สึกก็ตาม

ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ไม่เพียงส่งผลให้สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวน ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน และฝนตกหนักในหลายภูมิภาค แต่ยังสามารถส่งผลต่อการหมุนของโลกได้อย่างน่าประหลาดใจ หลังนักวิทยาศาสตร์พบว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสลมในช่วงเอลนีโญรุนแรง สามารถทำให้โลกหมุนช้าลงเล็กน้อย ส่งผลให้ระยะเวลาของหนึ่งวันยาวนานขึ้น แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ก็ตาม


สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NOAA อธิบายว่า เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญทวีกำลังแรงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่เพียงส่งผลต่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลและรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก แต่ยังทำให้ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยในช่วงที่เอลนีโญมีกำลังรุนแรงที่สุด ความยาวของหนึ่งวันอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1 มิลลิวินาที หรือ 0.001 วินาที


แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดูเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับระยะเวลา 1 วันซึ่งมีทั้งหมด 86,400 วินาที แต่การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูง โดยคิดเป็นความแตกต่างเพียงประมาณหนึ่งในร้อยล้านของระยะเวลาหนึ่งวันเท่านั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์


สรุปข่าว

“เอลนีโญ” ไม่ได้ทำให้แค่สภาพอากาศโลกแปรปรวน แต่ยังส่งผลให้โลกหมุนช้าลงด้วย! นักวิทยาศาสตร์เผยว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสลมในช่วงเอลนีโญรุนแรง สามารถทำให้ระยะเวลาหนึ่งวันบนโลกยาวนานขึ้นประมาณ 1 มิลลิวินาที แม้มนุษย์จะไม่สามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ระบบภูมิอากาศมีอิทธิพลต่อการหมุนของโลกมากกว่าที่หลายคนคิด

ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ไม่เพียงส่งผลให้สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวน ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน และฝนตกหนักในหลายภูมิภาค แต่ยังสามารถส่งผลต่อการหมุนของโลกได้อย่างน่าประหลาดใจ หลังนักวิทยาศาสตร์พบว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสลมในช่วงเอลนีโญรุนแรง สามารถทำให้โลกหมุนช้าลงเล็กน้อย ส่งผลให้ระยะเวลาของหนึ่งวันยาวนานขึ้น แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ก็ตาม


สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NOAA อธิบายว่า เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญทวีกำลังแรงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่เพียงส่งผลต่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลและรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก แต่ยังทำให้ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยในช่วงที่เอลนีโญมีกำลังรุนแรงที่สุด ความยาวของหนึ่งวันอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1 มิลลิวินาที หรือ 0.001 วินาที


แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดูเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับระยะเวลา 1 วันซึ่งมีทั้งหมด 86,400 วินาที แต่การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูง โดยคิดเป็นความแตกต่างเพียงประมาณหนึ่งในร้อยล้านของระยะเวลาหนึ่งวันเท่านั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์


สำหรับสาเหตุที่เอลนีโญสามารถส่งผลต่อการหมุนของโลกได้นั้น เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบกระแสลมขนาดใหญ่ในชั้นบรรยากาศ โดยในช่วงที่เกิดเอลนีโญ ลมค้าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนจะอ่อนกำลังลง ขณะที่กระแสลมจากตะวันตกไปตะวันออกในบริเวณที่อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรจะมีกำลังแรงขึ้น


การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้เกิดการถ่ายโอนและกระจายโมเมนตัมเชิงมุมระหว่างชั้นบรรยากาศกับโลก ซึ่งเป็นปริมาณทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการหมุน เมื่อโมเมนตัมเชิงมุมในชั้นบรรยากาศเปลี่ยนแปลง โลกจึงปรับความเร็วในการหมุนของตัวเองเล็กน้อยเพื่อรักษาสมดุลของระบบโดยรวม ส่งผลให้ระยะเวลาของหนึ่งวันเพิ่มขึ้น


นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบหลักการดังกล่าวกับนักบัลเลต์ที่กำลังหมุนตัว หากนักบัลเลต์หุบแขนเข้าหาลำตัวจะหมุนได้เร็วขึ้น แต่เมื่อกางแขนออก ความเร็วในการหมุนจะลดลง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมเชิงมุมที่เกิดขึ้นในระบบโลกและชั้นบรรยากาศ


ในทางกลับกัน เมื่อเกิดปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ซึ่งมีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของกระแสลมตรงข้ามกับเอลนีโญ ก็อาจทำให้โลกหมุนเร็วขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ระยะเวลาหนึ่งวันสั้นลง โดย NOAA ระบุว่า ลานีญามีแนวโน้มส่งผลต่อการหมุนของโลกในทิศทางตรงกันข้ามกับเอลนีโญ


อย่างไรก็ตาม เอลนีโญและลานีญาไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติเพียงสองอย่างที่ส่งผลต่อความเร็วในการหมุนของโลก องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ มหาสมุทร น้ำใต้ดิน และมวลน้ำแข็ง ล้วนสามารถส่งผลต่อการหมุนของโลกได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน


NASA ระบุเพิ่มเติมว่า แม้แต่ความแปรปรวนของสภาพอากาศรายวันและการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ก็สามารถทำให้ความยาวของหนึ่งวันเปลี่ยนแปลงไปได้ในระดับไม่กี่มิลลิวินาทีตลอดช่วงหนึ่งปี


การค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอันซับซ้อนระหว่างมหาสมุทร ชั้นบรรยากาศ และการหมุนของโลก ซึ่งแม้ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นในระบบภูมิอากาศ แต่ผลกระทบสามารถขยายไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลกทั้งใบได้


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงความยาวของวันเพียง 1 มิลลิวินาที ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะมีเวลาเพิ่มขึ้นอย่างรู้สึกได้ หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระบบภูมิอากาศกับการหมุนของโลก และช่วยให้เข้าใจกลไกทางธรรมชาติของโลกได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล : NASA

ที่มารูปภาพ : NOAA/GOES-East