ทั่วโลกผิดสัญญา! ข้อตกลงกู้ธรรมชาติ ยังไม่สำเร็จสักเป้าหมาย สัตว์-พืชล้านชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์!

เกือบ 4 ปีหลังประชาคมโลกบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2573 ความหวังในการฟื้นฟูธรรมชาติกลับกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อยังไม่มีเป้าหมายใดบรรลุผลสำเร็จ ขณะที่หลายประเทศมีแนวโน้มไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญา ท่ามกลางคำเตือนว่าโลกกำลังเผชิญวิกฤตการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ และระบบนิเวศอาจเสื่อมโทรมจนยากจะฟื้นคืน
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนวิกฤตดังกล่าวคือเหตุการณ์ปลามากกว่า 3,000 ตัวตายในแม่น้ำเวนซัม ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังคลื่นความร้อนทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง ประกอบกับฝนตกหนักที่ชะล้างมลพิษลงสู่แม่น้ำ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่ระบบนิเวศกลับยังอยู่ในสภาพย่ำแย่
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2565 รัฐบาลเกือบทุกประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันรับรองข้อตกลงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในการประชุม COP15 ที่ประเทศแคนาดา โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญ 23 ข้อ รวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่บกและทะเลอย่างน้อย 30% ของโลก การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมอย่างน้อย 30% และการปฏิรูปเงินอุดหนุนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
สรุปข่าว
เกือบ 4 ปีหลังประชาคมโลกบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2573 ความหวังในการฟื้นฟูธรรมชาติกลับกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อยังไม่มีเป้าหมายใดบรรลุผลสำเร็จ ขณะที่หลายประเทศมีแนวโน้มไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญา ท่ามกลางคำเตือนว่าโลกกำลังเผชิญวิกฤตการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ และระบบนิเวศอาจเสื่อมโทรมจนยากจะฟื้นคืน
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนวิกฤตดังกล่าวคือเหตุการณ์ปลามากกว่า 3,000 ตัวตายในแม่น้ำเวนซัม ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังคลื่นความร้อนทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง ประกอบกับฝนตกหนักที่ชะล้างมลพิษลงสู่แม่น้ำ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่ระบบนิเวศกลับยังอยู่ในสภาพย่ำแย่
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2565 รัฐบาลเกือบทุกประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันรับรองข้อตกลงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในการประชุม COP15 ที่ประเทศแคนาดา โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญ 23 ข้อ รวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่บกและทะเลอย่างน้อย 30% ของโลก การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมอย่างน้อย 30% และการปฏิรูปเงินอุดหนุนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดชี้ว่า ประเทศต่าง ๆ มีแนวโน้มพลาดเป้าหมายเกือบทั้งหมดภายในปี 2573 แม้แต่สหราชอาณาจักร ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดันข้อตกลงอย่างแข็งขัน ก็มีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายได้เพียง 3 ข้อ จากทั้งหมด 23 ข้อ
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่า ความล่าช้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สงครามที่มนุษยชาติกระทำต่อธรรมชาติยังไม่สิ้นสุด และธรรมชาติไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยเจตนาดีเพียงอย่างเดียว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นตัวเร่งภาวะโลกร้อนและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ขณะเดียวกัน ความพยายามอนุรักษ์ธรรมชาติยังเผชิญอุปสรรคทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในยุโรปที่มาตรการควบคุมมลพิษและกฎหมายฟื้นฟูธรรมชาติถูกต่อต้านจากภาคเกษตรกรรม จนบางประเทศต้องปรับลดความเข้มงวดของมาตรการลง
วิกฤตดังกล่าวยังอาจกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ หลังหน่วยข่าวกรองสหราชอาณาจักรเตือนว่า การล่มสลายของระบบนิเวศอาจนำไปสู่ปัญหาขาดแคลนอาหาร ความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความไม่มั่นคงในระดับโลก
ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่ากังวล ผู้นำและผู้แทนประเทศต่าง ๆ จึงมารวมตัวกันในการประชุม COP17 ที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย เพื่อทบทวนความคืบหน้าและหาแนวทางเร่งรัดการดำเนินงานตามข้อตกลงเดิม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่การขาดข้อตกลงระดับโลก แต่เป็นการที่รัฐบาลไม่สามารถเปลี่ยนคำมั่นสัญญาให้เกิดผลได้จริง ขณะที่โลกเหลือเวลาอีกเพียง 4 ปีก่อนถึงเส้นตายปี 2573 หากยังไม่มีมาตรการที่จริงจัง วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอาจรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อทั้งธรรมชาติ เศรษฐกิจ และชีวิตมนุษย์ในอนาคต
ที่มาข้อมูล : Reuters
ที่มารูปภาพ : Reuters/DAVID MERCADO
