โลกร้อนผนึกเอลนีโญ! จ่อถล่มแคลิฟอร์เนีย ด้วยฝนมหาศาล!

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกร้อนผนึกเอลนีโญ!  จ่อถล่มแคลิฟอร์เนีย ด้วยฝนมหาศาล!

รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญความเสี่ยงจากฤดูหนาวที่อาจมีฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ หลังปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นพร้อมกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปัจจัยทั้งสองอาจเพิ่มโอกาสเกิดพายุฝนรุนแรง น้ำท่วม และความเสียหายตามแนวชายฝั่งในช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดฝนตกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม

 

นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา อาจเผชิญฤดูหนาวที่มีฝนตกหนักผิดปกติ หลังปรากฏการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ระดับที่เรียกว่า ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบการเกิดพายุและปริมาณฝนในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ

 

สรุปข่าว

จับตาซูเปอร์เอลนีโญ! ผนึกโลกร้อน เสี่ยงทำ “แคลิฟอร์เนีย” เผชิญฤดูหนาวฝนถล่มหนักเป็นประวัติการณ์ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้บรรยากาศกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม จับตาฤดูหนาวปี 2569–2570 โดยเฉพาะช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า ที่อาจเกิดพายุฝนรุนแรง แม้ยังไม่ยืนยันว่าจะทำลายสถิติฝนสูงสุดก็ตาม

รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญความเสี่ยงจากฤดูหนาวที่อาจมีฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ หลังปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นพร้อมกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปัจจัยทั้งสองอาจเพิ่มโอกาสเกิดพายุฝนรุนแรง น้ำท่วม และความเสียหายตามแนวชายฝั่งในช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดฝนตกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม

 

นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา อาจเผชิญฤดูหนาวที่มีฝนตกหนักผิดปกติ หลังปรากฏการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ระดับที่เรียกว่า ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบการเกิดพายุและปริมาณฝนในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ

 

ปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกสูงกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบการไหลเวียนของบรรยากาศและกระแสลมเปลี่ยนแปลง โดยในหลายปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรง รัฐแคลิฟอร์เนียมักมีแนวโน้มได้รับปริมาณฝนในช่วงฤดูหนาวมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของรัฐ


ข้อมูลการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศล่าสุดสะท้อนว่า แคลิฟอร์เนียมีโอกาสสูงที่จะเผชิญฤดูหนาวที่มีฝนมากกว่าปกติ โดยแดเนียล สเวน (Daniel Swain) นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ระบุว่ามีความเชื่อมั่นประมาณ 90–95% ว่าปริมาณฝนทั่วทั้งรัฐในฤดูหนาวนี้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยช่วงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2570


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงความรุนแรงของเอลนีโญเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้อุณหภูมิของโลกและมหาสมุทรสูงขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น และเอื้อต่อการเกิดฝนตกหนักเมื่อมีสภาพอากาศเหมาะสม


เมื่ออิทธิพลของเอลนีโญเกิดขึ้นพร้อมกับสภาพภูมิอากาศที่อุ่นขึ้น จึงอาจเพิ่มความรุนแรงของพายุฝนที่พัดเข้าสู่แคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะปรากฏการณ์แม่น้ำในบรรยากาศ หรือ Atmospheric Rivers ซึ่งเป็นกระแสอากาศที่ลำเลียงไอน้ำปริมาณมหาศาลจากมหาสมุทรเข้าสู่แผ่นดิน และสามารถทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง รวมถึงหิมะตกในพื้นที่ภูเขาสูง


หากเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวหลายครั้งติดต่อกัน อาจทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม่น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มในบางพื้นที่ ขณะที่บริเวณชายฝั่งยังอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นชั่วคราว คลื่นลมแรง และการกัดเซาะชายฝั่ง


ในอดีต แคลิฟอร์เนียเคยเผชิญฤดูหนาวที่มีฝนตกหนักอย่างมากในช่วงที่เกิดเอลนีโญรุนแรง เช่น ปี 2525–2526 และปี 2540–2541 อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์เอลนีโญไม่ได้รับประกันว่าทุกพื้นที่จะต้องเผชิญฝนตกหนักเสมอไป เพราะรูปแบบการเคลื่อนตัวของพายุและปัจจัยทางบรรยากาศอื่น ๆ ยังมีบทบาทสำคัญต่อปริมาณฝนที่เกิดขึ้นจริง


แม้ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นประโยชน์ต่อแหล่งน้ำและช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง แต่หากฝนตกหนักในระยะเวลาสั้นหรือเกิดพายุหลายระลอกติดต่อกัน ก็อาจสร้างความเสียหายต่อชุมชน บ้านเรือน ระบบคมนาคม และพื้นที่ชายฝั่งได้เช่นกัน


ด้วยเหตุนี้ ฤดูหนาวปี 2569–2570 จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความรุนแรงของเอลนีโญ ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และแนวโน้มปริมาณฝนที่อาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาข้อมูล : yaleclimateconnections.org

ที่มารูปภาพ : Reuters